พรรคมารอิลูมินาติและพรรคอสูรฟรีเมสัน เอาคนเข้าขบวนการบิดเบือนพุทธศาสนาได้อย่างไร

พรรคมารอิลูมินาติและพรรคอสูรฟรีเมสัน เอาคนเข้าขบวนการบิดเบือนพุทธศาสนาได้อย่างไร

พรรคมารอิลูมินาติและพรรคอสูรฟรีเมสัน เอาคนเข้าขบวนการบิดเบือนพุทธศาสนาได้อย่างไร

ดังที่ได้กล่าวมาแล้วว่าพรรคมารอิลูมินาติและพรรคอสูรฟรีเมสันนั้น เป็นกลุ่มคนที่รวมตัวกันขึ้นเพื่อกอบโกยผลประโยชน์ร่วมกันอย่างลับๆ โดยมุ่งเน้นเข้าสู่การควบคุมกุมอำนาจทางการเมืองในทุกประเทศ ซึ่งมีอยู่จริง และมีนักวิชาการได้ศึกษาไว้เช่น ดร. นิติภูมิ ซึ่งขบวนการเหล่านี้เข้ามาแผ่อำนาจโดยยึดศูนย์รวมใจคน เช่น ศาสนา ทำให้เกิดปัญหาขึ้น ในบทความฉบับนี้ จะกล่าวถึงวิธีการที่พวกเขาเข้ามาแทรกแซงประเทศอื่นๆ ดังต่อไปนี้

พรรคมารอิลูมินาติ

โดยพรรคมารอิลูมินาติ มีศูนย์กลางอยู่ที่ฝ่ายทุนนิยม พวกเขาคิดจัดการโลกให้อเมริกาเป็นศูนย์กลาง และถือว่าประเทศอื่นๆ ในโลกนี้เป็นเพียงรัฐเล็กๆ รัฐหนึ่งของเขาเท่านั้น เช่น การที่เข้าไปแทรกแซงพม่า พม่าก็เป็นประเทศที่มีเอกราชของตนเอง การที่เขาจะทำอะไรนั้น ไม่จำเป็นที่ต้องให้ประเทศอื่นมาตีค่าว่าถูกหรือผิด เพราะพวกเขาจะเลือกทางเดินของตนเองได้ แต่อเมริกากลับพยายามเข้าแทรกแซง โดยกล่าวว่าจะทำให้พม่าเป็นประชาธิปไตย แต่นั่นเท่ากับละเมิดอธิปไตยของพม่า พม่าย่อมมีสิทธิ์ที่จะเลือกเป็นประชาธิปไตยหรือคอมมิวนิสต์ก็ได้ แล้วแต่ประชาชนของพวกเขาจะดำเนินการกันเอง ไม่ใช่สิทธิ์อำนาจของประเทศอื่นใดในโลกที่จะเข้าไปแทรกแซง การเป็นประชาธิปไตยหรือคอมมิวนิสต์นั้นไม่ผิด แต่การใช้อำนาจเข้าแทรกแซงเพื่อให้ผู้อื่นเป็นไปอย่างที่เราต้องการนั้น “ผิด” ฐาน “ล่วงละเมิดอธิปไตยของประเทศอื่น” แต่อเมริกาก็ยังทำ ซึ่งมันก็คือการแผ่ขยายอิทธิพลที่ส่งผลให้โลกเข้าสู่สงครามเย็น ก่อนที่จะเริ่มระอุเป็นโลกร้อนอีกครั้ง พวกอเมริกันยังใช้อำนาจที่ไม่เป็นธรรม มาสั่งให้นายกไทย เข้าจัดการกับพม่าอีก ในประเด็นของอองซาน ซูจี ซึ่งไทยนั้นเป็นมีฐานะเป็นผู้นำอาเซียน มีสิทธิ์ที่จะให้การช่วยเหลือเพื่อนบ้านได้ แต่ไม่มีสิทธิ์ละเมิดกิจการภายในของประเทศอื่น ไม่ว่าเขาจะเป็นประชาธิปไตยหรือคอมมิวนิสต์ก็ตาม อเมริกันกำลังจับเสือมือเปล่า สั่งงานให้ไทยทำแต่ตนเองไม่ออกค่าจ้างแม้แต่แดงเดียว ซึ่งนายกไทยเราก็ทำตามคำสั่งนั้นเสียด้วย

พรรคอสูรฟรีเมสัน

ส่วนพรรคฟรีเมสัน มีศูนย์กลางอยู่ที่ฝ่ายคอมมิวนิสต์ พวกเขาวางแผนที่จะให้เกิดการปฏิวัติทั่วโลกขึ้นพร้อมๆ กันเพื่อเปลี่ยนโลกให้กลับขั้วไปเป็น “คอมมิวนิสต์” เหมือนกันหมด ตอนแรกพวกนี้มีกำลังน้อย แต่ภายหลังได้ร่วมมือกับพวกแขกอิสลาม ซึ่งแขกอิสลามเองก็ยึดมั่นในศาสนา มีเครือข่ายของตนเอง จึงไม่นิยมเข้ากับพวกนี้เพราะพวกคอมมิวนิสต์จะไม่ให้นับถือศาสนาอะไรเลย นอกจากนับถือคอมมิวนิสต์ แต่ภายหลังมีศัตรูร่วมกันคือ “อเมริกา” พวกเขาจึงได้ร่วมมือกันเมื่อหลังจากผลงานการถล่มตึดเวิร์ลเทรดสำฤทธิ์ผล และมีผู้วางแผนสำคัญเป็นเจ๊ก โดยวางแผนว่าจะโจมตีเศรษฐกิจโลกก่อน เมื่อเศรษฐกิจล่มแล้ว ก็จะนำไปสู่การขาดแคลน เดือดร้อน และประชาชนในประเทศนั้นๆ ก็จะทำการลุกขึ้นปฏิวัติได้อย่างง่ายๆ โดยไม่ต้องใช้กำลังทหารของประเทศคอมมิวนิสต์เลย นับว่าเป็นการทำกำไรฐานศูนย์จริงๆ ดังนั้น จึงชวนพวกแขกที่มีเงินมากไปซื้อน้ำมันล่วงหน้าเก็งกำไรไปมา ให้ราคาสูงๆ ตลาดผันผวนเศรษฐกิจซบ จากนั้น พอพวกนักการเงินเริ่มจะสงสัย ทำท่าจะจับได้ ก็ย้ายไปเล่นในตลาดอื่นเช่น ตลาดทองคำ, ตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้า โปรดสังเกตดีๆ ราคาสินค้าที่เก็งกำไรได้เหล่านี้ จะผลัดกันผันผวน พอราคาน้ำมันขึ้นมากๆ ไปถึงจุดหนึ่งก็จบลง ไปโผล่ราคาทองคำสูงขึ้นแทน เป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ ตลาดสินค้าทั่วโลกผันผวนอย่างนี้ จนในที่สุด อเมริกาต้องตัดสินใจ “ผ่าตัดตลาดหุ้น” และ “ลงดาบ” ผู้ดูแลตลาดหุ้นไปคนหนึ่ง เพื่อปกป้องตนจากภัยสงครามเศรษฐกิจนี้ ไม่เท่านั้น พวกนี้เล่นกับ “ศูนย์รวมศรัทธา” ของประเทศอื่นๆ ก่อน เช่น คราวยึดทิเบต ก็จัดการพระลามะ ฆ่าตายไปมากมายเพื่อล้างขั้วอำนาจเก่า ในไทยศูนย์รวมใจสั่นคลอนนั้นก็เพราะฝีมือพวกเขา แม้แต่ในวงการพุทธศาสนา พวกเขาเข้ามาแทรกแซง ได้อย่างแนบเนียนและใช้คนไทยด้วยกันเองทรยศประเทศ ซึ่งจะเล่ารายละเอียดต่อไป

กลยุทธ์ให้ก่อนกุมอำนาจทีหลัง

กลยุทธ์นี้เป็นกลยุทธ์ที่ฝ่ายทุนนิยมใช้กับประเทศด้อยพัฒนาเพื่อลงทุนแต่น้อย แต่เอากำไรโกยกลับมากๆ พร้อมทิ้งมลพิษไว้ในประเทศด้อยพัฒนา (เมื่อโลกรอให้อเมริกัน เซ็นลงนามในการลดคาร์บอนร่วมกัน แต่อเมริกันกลับไม่ทำ) แต่ภายหลังฝ่ายฟรีเมสันก็ทำบ้าง โดยการเข้ามาสร้างสถานธรรม, วัด, มูลนิธิ ฯลฯ ในประเทศด้อยพัฒนา แล้วอาศัยสถานที่เหล่านี้ในการเผยแพร่แนวคิดทางความเชื่อและศาสนาที่บิดเบือนไปเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง เช่น “การทำบุญเป็นสิ่งที่ดีนะ” แค่นี้เอง แต่ทำให้คนวนเวียนยึดติดอยู่กับบุญ และไม่มีความก้าวหน้าในการปฏิบัติ ปัญญาไม่เกิด แม้ไม่ได้โกหก พูดจริง แต่ไม่ทำให้คนหลุดพ้นเกิดปัญญา ตรงกันข้าม ทำให้คนหลงยึดติดว่าช่างเป็นที่ๆ ดีจริงๆ ทำบุญมากมาย เป็นคนดีจริงๆ เพื่อรอเวลาให้ประเทศล่มจม ผู้คนก็จะขาดที่พึ่งทางใจและหันมาพึ่งพาสถานธรรมเหล่านั้นเป็นที่ยึดเหนี่ยว เมื่อถึงเวลานั้น พวกเขาก็จะทำตัวเป็น “วีรบุรุษ” ออกมาช่วยเหลือผู้คน ซึ่งจริงๆ แล้ว ที่เกิดวิกฤติ, ภัยต่างๆ ก็มาจากการกระทำของพวกเขาเองที่กระทำลับหลังทั้งสิ้น เบื้องหน้าพวกเขาทำแต่ความดีแต่เป็นเรื่องพื้นๆ ให้คนยึดมากๆ และโง่ลงไปเรื่อยๆ ไม่ให้มีปัญญาเท่าทันใครได้ เพื่อให้ปกครองง่าย ยึดง่าย แต่เบื้องหลังก็ก่อการเพื่อล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย

การทำบุญเป็นสิ่งที่ดี แต่ไม่ใช่เครื่องถ่วงให้บุรุษยึดติด จนธรรมไม่ก้าวหน้า ปัญญาไม่เกิด และหลงเชื่อว่าเขาคนนั้นคนนี้เป็นที่พึ่งของเราได้ เป็นสรณะของเราได้ นั้นใช่คำสอนของพระพุทธเจ้าที่แท้จริง การเห็นสิ่งดีก็ทำเสีย แล้วก็วางเฉยเสีย แต่ไม่ใช่ไปหลง หลงเอาว่าเขาดีจริง พระรูปนั้นน่าศรัทธาแท้ รักเขามาก หลงเขามาก ศรัทธาเหลือหลาย โดยไม่เคยรู้รอบครอบด้านเลย ว่าใครมีเบื้องหลังเป็นมาอย่างไรบ้าง อย่างนี้ โง่งมงาย พระพุทธเจ้าไม่สอนให้เป็นแบบนี้ ฝึกทำบุญเพื่อละความยึดติดในทรัพย์ ไม่ใช่ทำบุญแล้วยึดทั้งบุญ ยึดทั้งสถานธรรม อาจารย์สอนธรรม และพระที่รับของจากเราไป ทำเพื่อละวาง ไม่ใช่ทำเพื่อฝึกการยึดเกาะ แต่หลายท่าน ทำแล้วยึด ทำแล้วเกาะเหนียวแน่น มีมากนัก ที่ขบวนการเหล่านี้ เบื้องหลังไปวางแผนกันทำลายสถาบันกษัตริย์ไทย แต่เบื้องหน้าทำเป็นเคารพสักการะจัดงานให้ใหญ่โต ฉลองกันมโหฬาร ราวกับศรัทธาสุดใจขาดดิ้นเสียอย่างนั้น ประชาชนตาดำๆ รู้ไม่เท่าทันก็หลงว่าคนเหล่านี้ช่างเป็นคนดีแท้เพราะไม่มีปัญญาพิจารณาเท่าทันเล่ห์เหลี่ยมเขาได้เลย จึงทำให้หลงเขาไปนั่นเอง   

กลยุทธ์ให้ก่อนเรียกใช้งานทีหลัง

แบบนี้มีมาก ตอนแรกเข้ามาให้อะไรเรามากมาย เช่น เงินทอง บางคนเอามาทำบุญให้วัดเป็นล้านๆ หลวงพ่อ, หลวงปู่ไม่รู้เท่าทัน ก็อนุโมทนาว่าเป็นคนดีแท้หนอ ที่ไหนได้เป็นเงินค้ายาบ้า เอามาเพื่อสร้างวัดแล้วคอยกุมอำนาจในวัด คอยบงการให้คนในวัดต้องทำอย่างนั้นอย่างนี้ เพื่อไม่ให้พระดีๆ ที่มีพลังจิตดีๆ ปกป้องประเทศอยู่นั้น ได้ทำหน้าที่ได้ราบรื่น บางคนเอาคำว่า “อรหันต์” มาครอบใส่หัวพระอรหันต์ แล้วทำว่าท่านอรหันต์แล้ว อย่าตอบโต้ฉันสิ อย่าขัดขืนฉันสิ ท่านทำกรรมต่อฉันไม่ได้ ต้องยอมฉันเท่านั้น แล้วคนพวกนี้ก็ยึดทั้งวัดและพระอรหันต์รูปนั้นไปด้วย เหมือนสร้างวัดขังพระอรหันต์ เมื่อพระอรหันต์จะไปโปรดสัตว์ก็มีวิธีขวาง จะไปช่วยชาติก็มีวิธีขวาง เช่น “หลวงพ่อเจ้าขาหนูแย่แล้ว หนูเคยช่วยทำบุญมากมาย ตอนนี้ขอให้หลวงพ่อช่วยด้วยเจ้าค่ะ” พอหลวงพ่อไปช่วย คนอีกพวกก็แอบทำการลับทำร้ายประเทศไทย หลวงพ่อมัวช่วยคนๆ นี้ เลยลืมทำกิจปกป้องประเทศไทย แค่นี้เอง แนบเนียนมาก แทบจะไม่มีพระรูปไหนรู้เท่าทันเล่ห์กลแบบนี้เลย ก็คิดว่ามีคนมาขอร้องให้ช่วยต่อหน้าก็ช่วยไป แต่ไม่ทันคิดว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง ดังนั้น หลายวัดจะถูกเอา “งาน” มาสุมหัวให้พระ ทำให้พระทำงานเยอะๆ จนไม่มีเวลาทำกิจ ปฏิบัติธรรมให้บรรลุมรรคผลที่แท้จริง เช่น สร้างวัดให้ใหญ่มากๆ เข้าไว้ ทำไปเรื่อยๆ จนสมบัติของชาติถ่วงคอพระไปหมด ตอนกลางคืนต้องเปิดไฟกลัวของหาย พอสิ้นเดือนจ่ายค่าไฟเป็นหมื่น ก็ต้องเร่ออกหาเงินมาจ่ายค่าไฟ แล้วจะเอาเวลาที่ไหนไปปฏิบัติให้ได้มรรคผลทางธรรม ก็ยังโง่บริสุทธิ์เหมือนเดิม ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างเลย    

กลยุทธ์ให้ก่อนทวงหนี้ทีหลัง

คนเลวมากมายเข้าสู่กระบวนการค้ายาบ้าด้วยวิธีนี้ เช่น เขาให้ยืมเงินแล้วชวนไปเล่นพนันปอยเป็ด ตอนแรกเป็นเสี่ยลูกชิ้นอยู่ดีๆ พอหมดตัวเขาก็ทวงหนี้จะเอาชีวิต เลยต้องไปค้ายาบ้า ตอนนี้ขบวนการบาปนั้นเชื่อมโยงใยกันหมด เช่น เริ่มจากโต๊ะพนันบอล ที่ชวนเด็กวัยรุ่นไปเล่นให้ติดหนี้มากๆ พอไม่มีเงินจ่ายก็ต้องไปค้ายาเสพติด พอค้ายาแล้ว ก็มึนเมาบางคนก็ก่ออาชญากรรม เมื่อก่ออาชญากรรมมากๆ ก็ไล่คนดีออกจากที่ โจรใต้ก็ยึดครอง เป็นต้น เหล่านี้ล้วนโยงใยเป็นเครือข่ายกันไปแล้ว คนพวกนี้จะมาจับเด็กวัยรุ่นที่ชอบใช้เงินมากๆ เที่ยวเก่งๆ ใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย เพื่อชวนไปกินไปเที่ยวให้สนุก แล้วก็ทำเป็นใจดี ออกเงินให้ก่อน พอเป็นหนี้มากๆ ก็ทวงหนี้โหด ทำให้ต้องไปค้ายาบ้าดังกล่าว บางคนก็ให้ยืมก่อน ถึงเวลาใช้ให้ไปทำงานที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ

กลยุทธ์ให้ก่อนทวงบุญคุณทีหลัง

คนดีจำนวนมากตกหลุมพรางนี้ เพราะยึดมั่นใน “บุญคุณต้องตอบแทน” ดังเช่น การซื้อเสียง เป็นต้น กลยุทธ์ให้ก่อนทวงบุญคุณทีหลังนี้ สามารถพลิกแพลงไปได้หลายรูปแบบยิ่งกว่าการซื้อเสียงเสียอีก เพราะวัฒนธรรมไทยเรา ยึดติดในเรื่องบุญคุณต้องทดแทน ข้าพเจ้าได้รับการสอนจากชาวคริสต์ท่านหนึ่งว่า “ที่ให้นี้ไม่ได้ต้องการการตอบแทน แต่ต้องการให้ข้าพเจ้าเข้มแข็งและช่วยคนที่อ่อนแอต่อไป” ทำให้ข้าพเจ้าหลุดจากการจองจำด้วยการเอาคำว่า “บุญคุณ” มาครอบหัว แล้วช่วงใช้ให้เรากลายเป็นทาสรับใช้นั่นเอง

กลยุทธ์การเจรจาแลกเปลี่ยน

แบบนี้เป็นแบบแฟร์ๆ ใช้ได้กับคนที่ไม่ค่อยเข้ากับใคร เป็นตัวของตัวเอง สนใจแต่ผลประโยชน์แลกเปลี่ยนไปเท่านั้น การเจรจาแลกเปลี่ยนเป็นสิ่งที่ทำได้ง่าย และเป็นเรื่องสากลมากๆ หลายท่านไม่เคยคำนึงถึงเลยว่าผลประโยชน์ที่เขาให้ตอบแทนมานั้น ไม่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับการที่ประเทศชาติเสียหาย เช่น เขาเอาเงินมาให้แลกกับโครงการอุตสาหกรรมริมทะเล เรายอมให้เขาตั้ง แต่เรากลับสูญเสียทรัพยากรมากมายไม่คุ้มเลย 

กลยุทธ์การซื้อตัว

คนที่ทำงานในบริษัทฝรั่ง และปรับตัวเข้ากับระบบย้ายงานเพื่อเลื่อนขั้นเงินเดือนได้ พวกเขาจะรู้ว่าทำอย่างไรจะได้เงินมากๆ ต้องไม่ภักดี และย้ายไปเรื่อยๆ เพื่อเพิ่มขั้นเงินเดือนให้ตัวเอง พวกเขาจะถูกซื้อตัวได้ด้วยเงิน และเป็นกลุ่มที่ง่ายมากที่จะจ้างมาใช้งานต่างๆ

บทสรุปท้ายบทความ

มารและอสูรก็คือมนุษย์ แม้จิตใจจะเป็นมารเป็นอสูร แต่หากเปลี่ยนความคิด เปลี่ยนจิตใจ จิตวิญญาณภายในก็เปลี่ยนได้ พ้นจากความเป็นมารและอสูรได้ ดังนั้น ที่เขียนบทความนี้ไม่ได้ต้องการให้เกลียดกัน แต่ทำให้เกิดความเข้าใจไม่หลงกลทั้งมารและอสูรเท่านั้น ต้องการให้อยู่ร่วมโลกกันได้ไม่ทำร้ายกัน แต่ไม่หลงกันเกินไป เพราะทั้งมารและอสูรก็มีหน้าที่ของตน โลกนี้จะไม่มีความเจริญทางวัตถุขนาดนี้ถ้าไม่มีมาร ถ้ามารไม่หลงวัตถุมาสร้างทำไว้ ก็จะไม่มีความเจริญทางวัตถุ และโลกนี้คงไม่ตื่นขึ้นจากความหลง ถ้าไม่มีการดับสลายให้เห็นเป็น “อุทาหรณ์” ซึ่งเป็นหน้าที่ของอสูร อสูรทำหน้าที่ภาคทำลายล้าง ส่วนมารทำหน้าที่สร้างวัตถุให้คนได้ใช้เพื่อความเป็นอยู่ที่ดี แต่ก็ทำให้คนหลงยึดติด ดังนั้น ทั้งสองส่วนล้วนเป็นส่วนที่สำคัญต่อสมดุลของสามภพนี้ ไม่มีใครเลว ไม่มีใครดี แต่ทุกคนมีหน้าที่ของตนที่แตกต่างกันออกไปที่ต้องกระทำ ไม่ทำไม่ได้ โลกจะต้องเดินไปข้างหน้า หากเราหลงมัน ก็วนไปกับมันไม่สิ้นสุด ถ้าปล่อยโลกออกเสียได้ ก็จะหลุดออกจากโลกเองตามแรงหมุนเหวี่ยงของโลก เมื่อนั้น ก็ได้พ้นจากการจมปลักอยู่กับโลก ได้อยู่เหนือโลกมองเห็นโลกทั่วอย่างแท้จริงเพราะโลกทุกวันนี้ ไม่ได้สวยงามดังในทีวีที่เราดูกันทุกวัน แต่ละคนแต่ละฝ่ายต่างจ้องที่จะยึดครองโลกนี้ไปเป็นของฝ่ายเขาเพียงฝ่ายเดียวในวันใดวันหนึ่ง เราเป็นผู้น้อยจำต้องเรียนรู้ที่จะอยู่อย่างสงบ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น