กระทบเพื่อออกห่าง นิ่งว่างเพื่อชิดใกล้
กระทบเพื่อออกห่าง นิ่งว่างเพื่อชิดใกล้
(กฎแห่งการกระทบ และแรงดึงดูด)
เมื่อดาวดวงนั้นรวมตัวและหยุดนิ่ง
มันมีแรงดึงดูดเศษฝุ่นโดยรอบ
ความนิ่งมีพลังดึงดูดมหาศาล
และนั่นคือจุดเริ่มต้นของการกระทบกระทั่ง
การเคลื่อนที่เริ่มขึ้นจากผลของการกระทบ
ทำให้สิ่งต่างๆ ถอยห่างออกจากกัน
มันถอยเพื่อเข้าสู่กระบวนการนิ่ง
และผลจากการนิ่ง มันจึงดึงดูดให้เกิดการกระทบ
เมื่อฉันพยายามเข้าหา เธอกลับดูห่างไกล
ฉันเคลื่อนที่และสูญเสียภาวะแห่งความนิ่ง
แรงดึงดูดของฉันลดลง มีแต่ความกระทบกระทั่ง
ฉันหยุดลง นิ่ง เพื่อเพิ่มแรงดึงดูด
ดวงดาวแต่ละดวงลอยบนท้องฟ้า
พวกเขาล้วนมีแรงดึงดูดกันและกันไว้
เพราะเหตุอย่างนี้ ต่างไม่ห่างไปจากกัน
ดาวยังคงสภาพรูปร่างตามจักราศี
ดาวหางวิ่งหาดาวดวงอื่นๆ
บางครั้ง ต้องชนเข้ากับดาวดวงต่างๆ
การเคลื่อนที่นำไปสู่การกระทบกระทั่ง
และการกระทบกระทั่ง ทำให้มัน “หยุดนิ่ง” ลง
จักรวาลขยายขนาดขึ้น ด้วยแรงกระทบกระทั่ง
แต่เสถียรภาพของมันลดลงเมื่อห่างไกลกันเกินไป
แรงดึงดูดของดวงดาวช่วยรักษาเสถียรภาพเดิมไว้
แต่ดวงดาวแต่ละดวงก็กระทบกระทั่งกัน
ดาวกำลังเคลื่อนห่างกันไปเรื่อยๆ
เพราะแรงแห่งการกระทบกระทั่งนั้น
จักรวาลขยายขนาดขึ้น ดวงจิตก็เพิ่มขึ้น
การเกิดขึ้น เติบโต มีมากเกินกว่าการดับสลาย
เสถียรภาพเริ่มลดลง จักรวาลกำลังมีปัญหา
แรงแห่งการกระทบกระทั่งของดวงดาวมีมากเกินไป
แรงแห่งการกระทบกระทั่งของดวงจิตมีมากเกินไป
เรากำลังห่างไกลกันเกินไป เพราะแรงกระทบกระทั่งนั้น
ฉันหยุดลง เพื่อเพิ่มแรงดึงดูด
ถึงเวลาที่เราต้องเข้าหากันมากขึ้น
ดวงดาวจะห่างไกลกันมากเกินไปไม่ได้
แรงดึงดูดของจักรวาลเริ่มก่อตัวเพื่อสร้างสมดุล
แรงดึงดูดสีดำ ไม่มีใครมองเห็น
พวกมันหยุดนิ่งเพื่อเพิ่มแรงดึงดูด
หวังว่าจะต้านทานกับแรงกระทบกระทั่งได้
ดวงดาวและดวงจิตทั้งหลาย จะเข้าใกล้กันมากขึ้น
จักรวาลกำลังขยายตัวเร็วเกินไป
ดวงดาวเกิดขึ้นจำนวนมากเกินไป
ดวงจิตแบ่งออกมากเร็วเกินไป
เกิดขึ้น เติบโต แต่ไม่อาจดับลงได้
ดวงจิตกำลังวิวัฒนาการ
ไม่มีขีดจำกัดแห่งวิวัฒนาการนั้น
ดวงจิตสามารถวิวัฒนาการเป็นอะไรก็ได้
พลังของมันวิวัฒนาการไร้ขอบเขต
ดวงจิตบางดวงเย็นชาและสงบนิ่ง
ดวงจิตบางดวงร้อนรนและเคลื่อนไหว
ดวงจิตบางดวงหนักแน่นเปี่ยมพลัง
ดวงจิตบางดวงว่างเปล่าไร้ขีดจำกัด
ดวงจิตวิวัฒนาการสัมพันธ์กับหลายสิ่ง
ดวงดาวเองก็เป็นตัวแทนหนึ่งเหล่านั้น
ดวงจิตบางดวงมีความเข้มข้นเฉพาะตัวสูง
ความหลากหลายน้อย จึงมีพลังเฉพาะตัว
ดวงจิตบางดวงสัมพันธ์กับน้ำอย่างยิ่ง
ดวงจิตบางดวงสัมพันธ์กับไฟอย่างยิ่ง
ดวงจิตยิ่งแปรปรวน สิ่งต่างๆ ยิ่งแปรปรวน
ดวงจิตหยุดนิ่งลง แรงดึงดูดจึงจะเพิ่มขึ้น
ดวงจิตบางดวงสัมพันธ์กับดวงดาว
ดวงดาวหลายดวงสัมพันธ์กับโลกมนุษย์
ดวงจิตเหล่านั้นควบคุมดวงดาวเหล่านั้น
ดวงดาวเหล่านั้นควบคุมโลกมนุษย์
ดวงจิตพิเศษเกิดขึ้นแล้วในกายมนุษย์
พวกมันสัมพันธ์กับความ “ว่างสูญ”
พวกมันมีแรงดึงดูดที่มองไม่เห็น
และกำลังสร้างสมดุลแก่จักรวาล
ดวงจิตบางดวงสัมพันธ์กับความว่างสูญ
พวกมันมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น เพื่อช่วยจักรวาล
เมื่อดวงจิตดับสูญ ดวงดาวระเบิดกลายเป็นหลุมดำ
แรงดึงดูดของดวงจิตที่ดับลง คือ แรงดึงดูดของหลุมดำ
ดวงจิตบางดวงก่อตัวขึ้น ก่อนความดับจะมาถึง
มันจึงเกิดขึ้นจากความดับสูญ
ดวงจิตพิเศษสัมพันธ์กับความดับสูญ
มันมีพลังดึงดูดให้จักรวาลกลับสู่สมดุล
ดวงจิตที่สัมพันธ์กับดวงดาวควบคุมการเกิดและเติบโตของจักรวาล
ดวงจิตเหล่านี้ กระทบกระทั่งกันมากเกินไป
พวกมันทำให้เกิดการขยายตัวของจักรวาลมากเกินไป
จักรวาลขาดสมดุลเพราะการเกิดและการขยายตัวมากเกินไป
ดวงจิตพิเศษที่ไม่ขึ้นกับดวงดาวเกิดขึ้นแล้ว
ดวงจิตเหล่านี้เกิดจากการดับลงของดวงดาว
มันเกิดขึ้นก่อนดวงดาวจะกลายเป็นหลุมดำ
แบ่งออกมาก่อนความดับสูญจะกลืนกิน
ดวงจิตพิเศษสัมพันธ์กับหลุมดำ
พวกมันมีแรงดึงดูดมหาศาล
ไร้แสงสว่างในตัวเอง และอยู่อย่างเร้นลับ
แต่พวกมันกำลังสร้างเสถียรภาพให้กับจักรวาล
……………………………………………………………………………………………………