รวมบทความเกี่ยวกับภูติผีวิญญาณจากจิตสัมผัส

รวมบทความเกี่ยวกับภูติผีวิญญาณจากจิตสัมผัส

ผีที่เป็นบริวารมนุษย์ เราจะเอาเขามาปลดปล่อยได้อย่างไร

มีคนจำพวกหนึ่งที่นิยมเลี้ยงผี เช่น ผีบรรพบุรุษ คนจีนทั้งหลายก็บูชาและเซ่นสรวงด้วยเครื่องเซ่นบูชาต่างๆ เหล่านี้ นับเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเลี้ยงผีทั้งสิ้น ซึ่งก็ไม่ผิดแต่อย่างใด เพราะมีผีจำนวนมาก ที่ลำบากเพราะไม่มีบุญเหลือพอจะเลี้ยงตัว ไม่ว่าจะเป็นผีที่อยู่ในระดับเทวดาชั้นที่หนึ่งแต่หมดบุญแล้ว เช่น รุกขเทวดาประจำต้นตะเคียนที่เราเรียกว่า “ผีนางตะเคียน” หรือประจำต้นกล้วยตานี ที่เราเรียกว่า “ผีนางตานี” หรือแม้แต่รุกขเทวดาที่ติดมากับไม้ที่ถูกตัดโค่นลงเมื่อถึงวาระหมดบุญ แต่อายุขัยยังไม่สิ้น ก็จะติดมากับไม้ชนิดนั้นๆ เช่น ผีเสาเอก, ผีแม่ย่านาง (หัวเรือ) และยังมีผีชั้นต่ำกว่าเทวดาทั้งหลาย เช่น ผีที่เป็นสัตว์นรก, เปรต, อสูร ซึ่งในบรรดาเหล่านี้ ผีจำพวกอสูรมีฤทธิ์มากที่สุด คนทั่วไปเลี้ยงไม่ไหว ต้องเป็นผู้ทรงฤทธิ์จริงๆ เช่น หมอผี หรือพระสงฆ์ที่นิยมเล่นคาถาอาคม จึงจะสามารถเลี้ยงผีที่ดุร้ายมีฤทธิ์มากเหล่านี้ไว้ใช้งานได้  

ทว่า มนุษย์อีกพวกหนึ่งมีฤทธิ์โดยธรรมชาติอยู่แล้ว เช่น หัวหน้างาน, เจ้าของโรงงานในบริษัทใหญ่ๆ ต่างๆ คนเหล่านี้มีฤทธิ์โดยธรรมชาติที่สั่งสมมาแต่เก่าก่อน บางท่านไม่เคยฝึกจิตเลยแต่อิทธิฤทธิ์ฟื้นคืนจากการทำงานนั้นเอง และมีฤทธิ์มากกว่าพระสงฆ์และพวกหมอผีเสียอีกก็มี มากมายนัก ที่คนกรุงเทพฯ ที่ร่ำรวยมีผีมาอยู่ด้วย เป็นผีที่มีฤทธิ์มาก และทำให้พวกเขาร่ำรวยมีอำนาจมากมาย คนกรุงเทพฯ คนไหนมีจิตเป็นมารมีฤทธิ์มาก ผีจำนวนหนึ่งมักจะไปขออาศัยอยู่ด้วยและช่วยทำงาน โดยอาศัยกินอยู่ร่วมในกายสังขารนั้นๆ บางครั้ง บางคราว โดยเจ้าตัวไม่ทราบเลย แต่เมื่อเจ้าตัวหลงตัวเองว่าตนมีความรู้ มีความสามารถมาก จึงเริ่มก่อกรรมทำเข็ญ เช่น กดขี่คนอื่น กดราคาคนอื่น รีดเค้นเงินคนอื่น บีบพนักงานให้ทำงานหนัก หรือไล่พนักงานออก เหล่านี้ ผีจำนวนมาก เริ่มเกรงกลัวว่าตนเองจะได้รับผลกรรมไปด้วย พวกเขาก็จะรอจนกว่าจะพบผู้มีบุญบารมีมารับเอาเขาไปจากคนผู้นี้ หากเขาพบแล้ว ก็จะหาทางจากไป และเจ้าของเดิมจะสิ้นฤทธิ์ กิจการหน้าที่ของเขาจะแย่ลงในอีกไม่นานนัก ในบทความฉบับนี้จะได้อธิบายต่อไปดังนี้

ผีมาจากไหนมาอยู่กับมนุษย์ได้อย่างไร?

ผีมาจากเทวดาที่หมดบุญแล้วแต่ยังไม่จุติในภพภูมิอื่น ยังมีอายุขัยอยู่แล้วเร่ร่อนไปมาบนโลกก็มี หรือมาจากพวกสัตว์นรก, เปรต, อสูร ที่เล็ดรอดหลุดออกมาจากที่คุมขัง เพราะหมดกรรมจากทัณฑ์ทรมานแล้ว แต่ไม่มีบุญจะเลี้ยงตัวก็มี ผีทั้งสองแหล่งที่ดีและไม่ดีนี้ เมื่อหมดบุญแล้วก็ต้องมาพึ่งพามนุษย์ โดยจะเลือกอยู่กับมนุษย์ที่เริ่มทำคุณงามความดี และบำเพ็ญบารมีมากๆ คิดว่าจะเป็นผู้มีบุญบารมี ช่วยให้ตนหลุดพ้นจากความทุกข์จากอบายภูมินั้นไปได้ เช่น คนจีนที่อพยพมาไทยยุคแรกๆ ต้องยากลำบากและอดทนทำงานอย่างหนัก พวกนี้มีกรรม บุญยังน้อย จึงต้องอยู่อย่างยากลำบาก พวกอสูรและเทวดาที่ไม่มีบุญเหมือนกัน ก็จะเข้ามาอยู่อาศัยร่วมด้วยได้ และเพราะเหตุว่ามนุษย์นั้นขยันอดทนทำงาน จึงมีบารมี ทำให้พวกผีที่อยู่ด้วยได้อาศัยบารมีนั้นเลี้ยงตัวรอดต่อได้ พอผีพวกนี้ช่วยทำให้คนจีนเหล่านี้ร่ำรวยและมีอำนาจมากขึ้น พวกผีเองก็มีฤทธิ์มากขึ้นเหมือนกัน หากคนจีนไม่มีลูกหลานคนไหนที่มีบารมีมากกว่าเอาผีพวกนี้ไปดูแลเลี้ยงดูได้ เขาก็จะหามนุษย์คนใหม่เพื่อไปอาศัยจนกว่าตนจะหลุดพ้นจากอบายภูมิ เช่น คนจีนที่รวยแล้วไม่รู้จักทำงานทำงาน นอนกิน แต่ใช้แรงงานจากคนอีสานอย่างหนัก ผีพวกนี้จะเอาร่างคนอีสานนั้น ขอไปอยู่ด้วย โดยที่มนุษย์นั้นไม่รู้เรื่องเลย จนวันหนึ่ง เจ้านายที่เป็นคนจีน ขับไล่คนอีสานออกไป หรืออนุมัติให้เขาลาออกได้ วันนั้นเองที่ผีจะไปจากคนจีนผู้นั้น และทำให้กิจการการค้าแย่ลง เพราะขาดผีที่มีฤทธิ์คอยช่วย และคนอีสานคนนั้นจะไม่กลับมาอีก เพราะผีมันเบื่อหน่ายเจ้าขอเดิมมากแล้ว มันจะช่วยเจ้าของใหม่ทำงานทำให้เขาร่ำรวยขึ้น เช่น คนอีสานที่ไปทำงานในโรงงานแล้วเขาไล่ออกเพราะไม่มีเงินจ้างต่อ พอกลับไปบ้านได้ก็ตั้งต้นใหม่ ทำธุรกิจเล็กๆ ของตนเอง คนพวกนี้จะร่ำรวยในเวลาต่อมา เพราะอาศัยผีบรรพบุรุษที่เคยช่วยเหลือคนจีนให้ร่ำรวยเหล่านั้นมาก่อนนั่นเอง ผีจะย้ายถิ่นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ เพื่อให้ตนได้อยู่กับผู้มีบุญบารมีสูงขึ้นไปเรื่อยๆ

วิธีเอาผีมาจากคนที่ไม่ควรได้ครองผี

ให้ไปทำงานกับเขา เป็นบริวารเขา เป็นลูกน้องเขา เขาจะให้ค่าจ้างหรือไม่ ไม่ต้องสนใจ ดูว่าเขามีฤทธิ์เก่งกาจ กิจการหน้าที่ใหญ่โตใช่หรือไม่ แต่ดูดีๆ ตัวมนุษย์คนนั้นไม่ใช่คนดี และไม่ได้มีปัญญาแท้จริง แสดงว่าอาจมีผีที่มีฤทธิ์คอยช่วยเขาอยู่ ให้เลือกคนประเภทนี้ ไปอาศัยทำงานให้เขา จนกว่าเขาจะไล่เราออกมา เอ่ยปากไล่ก็ดี, อนุมัติให้ลาออกก็ดี เมื่อนั้นเองที่ผีจะออกจากเขาได้ และมาอยู่กับเรา แต่ผีจะเลือกคน คนไหนเป็นคนดีมีคุณธรรมมากๆ ขยันขันแข็ง บำเพ็ญบารมี ทำงานอย่างดี ผีจะเลือกคนผู้นั้น เราต้องไม่ใช่พนักงานชั้นเลว เพราะผีจะไม่เลือกคนอย่างนั้น เราต้องเป็นพนักงานชั้นดี ทำงานให้องค์กรชนิดทุ่มเทชีวิตไปเลย ทำเต็มความสามารถเต็มที่ ทำจนคนอิจฉาและเล่นงานเรา ให้เราถูกไล่ออก นี่ละ จังหวะที่ดีมาก ที่เราจะได้ผีที่มีฤทธิ์มาก เมื่อนั้น อย่าได้ดื้อดึง จงยอมรับสภาพแล้วลาออกมา หากได้เงินสักก้อนหนึ่ง จะลงทุนทำการค้า ก็สามารถอยู่ได้ เหมือนบรรพบุรุษคนจีนที่เริ่มต้นชีวิตมาจากศูนย์ เราจะตั้งต้นได้ตอนนี้ อย่ากลัว จงเชื่อในสิ่งที่ตนได้รับมา ไม่ว่าจะมองเห็นหรือมองไม่เห็น ตอนนี้ แนวโน้มคนจะตกงานมาก อย่าตกใจ นี่คือสิ่งดีที่เราจะได้เป็นอิสระ จะได้ผีที่มีฤทธิ์มากจากองค์กรนั้นมาช่วยงาน จงตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่สุดความสามารถ รอวันที่เขาไล่เราออก ก็จะได้มาไม่ยาก

วิธีปลดปล่อยผีไปสู่สุขคติภูมิ    

แล้วแต่ชนิดของผี เขายึดติดไม่เหมือนกัน เช่น อสูรหงส์ทอง มักอกหักและคิดฆ่าตัวตาย หากเราเคยอกหักอย่างรุนแรงแล้วผ่านไปได้โดยไม่คิดฆ่าตัวตาย เรามักได้โปรดอสูรเหล่านี้ วิธีการโปรดไม่ยาก เขาจะดึงเราไปหาเขาเอง เช่น เราตกงาน ไปหางานทำ เขาจะรอเราที่บริษัทนั้นๆ ที่เขาเคยช่วยเจ้าของทำให้เจริญรุ่งเรือง ส่วนใหญ่จะเป็นโรงแรม พอเราผู้บำเพ็ญบารมีไปที่นั่น ทำงานอย่างดี จนเขาไล่เราออกแล้ว อสูรหงส์ทองจะมาอยู่กับเราแทน ทำให้เราตกรอยกรรมร่วมกับเขา คือ ต้องอกหักซ้ำๆ และเมื่อเราผ่านมาได้แล้ว เราจะโปรดเขาได้ ปลอบใจตัวเองสอนตัวเองได้ และนั่นแหละ เราได้ปลดปล่อยเขาในตอนนั้น เขาจะหลุดพ้นจากความเป็นอสูรหงส์ทองในช่วงนั้นเอง ยังมีคนจำนวนหนึ่งที่ยังไม่รู้ตัวว่าเขาได้กระทำสิ่งเหล่านี้อยู่ ได้โปรดอสูรเหล่านี้อยู่

ผีชนิดต่างๆ ที่แร่ร่อนอาศัยอยู่กับมนุษย์ในประเทศไทย

ผีที่ภาคเหนือ

ผีที่เร่ร่อนอยู่อาศัยกับคนแถบภาคเหนือจะเป็นผีกะ ผีม้าบ้อง เป็นส่วนใหญ่ คือ ผีที่เป็นอสุรกายแปลงร่างเป็นคนก็ได้ ม้าหรือสุนัขป่าก็ได้ ทำให้คนเหนือสมัยโบราณ เป็นโจรป่ากันมาก ลักลอบตัดไม้ ขนส่งยาบ้ากันมาก ผีพวกนี้ไปอยู่กับใครแล้ว ทำให้คนเหล่านั้นเป็นโจรได้ขึ้น ตำรวจจับแทบไม่ได้ จนกว่าผีจะจากไปถึงจะจับได้ แต่มีฤทธิ์ทำให้ร่ำรวย  

ผีที่ภาคอีสาน

ผีที่เร่ร่อนอยู่อาศัยกับคนแถบภาคอีสานจะเป็นผีปอบ ผีกระสือ เป็นส่วนใหญ่ คือ ผีที่เป็นเปรตอสุรกายชั้นต่ำ ทำให้ไม่ค่อยมีฤทธิ์แต่จะทำงานหนักได้ดี ปอบทำให้คนชอบกินเนื้อสด กระสือทำให้คนชอบกินของเน่า เช่น ปลาร้า หากไม่ได้กินจะไม่มีแรงทำงาน ทำให้คนอีสาน เป็นผู้ที่มีความขยันขันแข็งกันมาก และเป็นแรงงานในโรงงานอุตสาหกรรมกันมาก ผีพวกนี้ไปอยู่กับใครแล้ว ทำให้คนเหล่านั้นเป็นกรรมกร ทำงานหนักจนกว่าจะตาย

ผีที่กรุงเทพฯ

ผีที่กรุงเทพฯ เป็นผีบรรพบุรุษคนจีน ส่วนใหญ่เป็นอสูรที่มีกายเป็นสัตว์ เช่น มังกร, หงส์, เต่ามังกร ฯลฯ พวกนี้มีฤทธิ์สูงที่สุด ทำให้เจ้าของร่ำรวยมีอำนาจ ตอนนี้ผีพวกนี้กำลังเปลี่ยนเจ้าของเพราะลูกหลานไม่ทำตัวตามบรรพบุรุษ และกรุงเทพฯ กำลังจะตกต่ำ ผีจะเปลี่ยนกัน ผีจากบ้านนอกมาอยู่แทนผีในเมือง ผีในเมืองจะไปอยู่กับคนบ้านนอกแทน

(ผีบ้านจะเข้าป่า ผีป่าจะเข้าเมือง) กรุงเทพฯ ก็จะแย่ลงและเต็มไปด้วยผีชั้นต่ำในที่สุด

สัมผัสกับจิตวิญญาณม้าทิพย์

คนไทยภาคเหนือสมัยโบราณจะเคยเห็นผีชนิดหนึ่ง ที่มีรูปร่างเป็นม้า และกลายร่างเป็นคนได้ ทำให้ชาวบ้านบางท้องที่เรียกขานกันว่าผีกะบ้าง ผีม้าบ้องบ้าง แตกต่างกันไป เป็นผีชนิดหนึ่งที่คนไทยโบราณได้พบเจอและเล่าขานสืบๆ กันมานานแล้ว ในบทความฉบับนี้จะขอกล่าวถึงผีม้าที่คนไทยโบราณได้ประสบพบเจอ ในแง่มุมพุทธศาสนาต่อไป

ผีม้าแปลงร่างเป็นคนได้อย่างไร

เทพอสูรทุกชนิด จะมีฤทธิ์แปลงกายให้เหมือนมนุษย์ได้ แต่กายจริงของเทพอสูรจะไม่งาม จึงได้ชื่อว่าอสุรกาย หรือกายที่ไม่งาม แตกต่างกันออกไป กายของอสูรมีสองแบบ คือ แบบที่มีหัวแขนขาคล้ายมนุษย์แต่มีอวัยวะน่ากลัวหรือน่าเกลียด เช่น หลายหัวหลายแขน เช่น อสูรทศกัณฑ์ เป็นต้น กับแบบที่สองคือ มีกายคล้ายสัตว์ที่มีกายสังขารบนโลก เช่น กายเป็นงู, คางคกยักษ์, เต่า ฯลฯ ในที่นี้มีอยู่ประเภทหนึ่ง กายเป็น “ม้า” และแปลงกลับเป็นกายคล้ายคนได้ด้วยฤทธิ์ เมื่อสิ้นฤทธิ์, ฤทธิ์อ่อนลง หรือเผลอลืมตัวก็จะกลับร่างไปเป็นม้าดังเดิม คนไทยภาคเหนือบางท้องถิ่นจะเรียกผีชนิดนี้ว่า “ผีกะ” บ้าง “ผีม้าบ้อง” บ้าง แต่แท้แล้วในหลักพุทธศาสนา จัดเป็น “เทพอสูร” คือ กึ่งอสูร กึ่งเทพ ไม่ถึงขั้นเทวดา ไม่มีบุญเสวยแบบเทวดา ต้องทำงานหรือหากินเองเช่น ช่วยงานพระโพธิสัตว์จึงจะมีอาหารกิน เรียกว่า “เทพอสูร” เทพอสูรที่มีกายเป็นม้า แตกต่างจากเทพนักษัตรประจำปีมะเมีย เพราะเทพนักษัตรมีบุญเลี้ยงตัวเอง ไม่ใช่อสูร เป็นเทวดากึ่งเดรัจฉานเหมือนพวกพญานาคหรือครุฑ เทพนักษัตรจึงไม่ต้องไปช่วยงานเป็นบริวารพระโพธิสัตว์ สามารถทำกิจได้ด้วยตนเอง มีบริวารของตนเอง แต่เทพอสูรที่มีกายเป็นม้านี้ ต่างกันดังกล่าว เรามักเห็นพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ทรงม้าขาว ม้าขาวนั่นคือ เทพอสูร ไม่ใช่เทพนักษัตร ปกติ จะมีที่อยู่อาศัยคาบเกี่ยวกับพื้นโลกแต่ในที่ลี้ลับ ห่างไกลยากเข้าถึง

กำเนิดของเทพอสูรม้าขาว

ต้นตระกูลของเทพอสูรม้าขาว กำเนิดมาจากเทพอสูรมังกรอีกทีหนึ่ง กล่าวคือ เมื่อมังกรหมดกรรมตายจากมังกรแล้ว ได้จุติเป็นม้าขาว เพราะเหตุว่ากรรมยังไม่หมดจากภพอสูร แต่ได้ละแล้ว เบื่อหน่ายแล้วซึ่งเรื่องอำนาจ, การเมือง, ราชบัลลังก์ จึงปรารถนาจะมีชีวิตอิสระ แต่กรรมนั้นไม่หมดได้ ยังยึดติดในเรื่องการเลี้ยงดู ยอมรับหญ้าที่เขาเลี้ยง ทั้งๆ ที่หญ้าหาเองได้ง่าย จึงยังเป็นอิสระไม่ได้ และต้องจุติเป็นเทพอสูรม้าขาว แล้วชดใช้กรรมด้วยการเป็นม้าทรงขององค์โพธิสัตว์ต่อ จากนั้นมา ม้าซึ่งมีกายสังขารจึงต้องมีเรื่องราวเกี่ยวพันกับพระราชาอยู่เสมอด้วยเหตุกรรมอย่างนี้ เพราะมีต้นกำเนิดจากมังกรอย่างนี้ มนุษย์บางคนเกิดในตระกูลกษัตริย์ แต่ผลกรรมและการเมืองเป็นเหตุ ทำให้ถูกปลดออกก็ดี หรือถูกไล่ออกก็ดี เมื่อพ้นจากอำนาจการเมือง สิ้นฐานันดรศักดิ์แล้ว จะตกกรรมเป็น “ม้าขาว” ให้สังเกตดีๆ ผู้มีเชื้อสายกษัตริย์ท่านใด หากตกรอยกรรมอย่างนี้ มีเหตุได้สองประการ คือ หนึ่งเพราะบำเพ็ญบารมีมาก ถึงโพธิสัตว์แล้วได้ม้าขาวเป็นสัตว์ทิพย์มาอยู่ในกายสังขาร ทำให้ตกรอยกรรมเช่นนั้น หรือเพราะกายทิพย์ภายในกลายเป็นม้าขาว เช่น เดิมอาจมีกายทิพย์เป็นมังกรมาก่อน จากนั้น จิตเกิดความเบื่อหน่ายในเรื่องอำนาจและการเมือง อยากเป็นคนธรรมดาสามัญชน จนเกิดเรื่องต้องใจสลาย ซึ่งก็คือจิตวิญญาณของเขาได้สลายแล้วเกิดใหม่ เมื่อใจสลายมีความทุกข์มากราวกับตายแล้วเกิดใหม่ คิดได้ใหม่ ก็จะพ้นจากความเป็นมังกร แล้วมีกายทิพย์เป็นม้าขาว ซึ่งยังไม่พ้นจากความเป็นอสูรอยู่ดี นอกจากนี้ลองสังเกตอีกประการหนึ่ง ที่ใดมีพระกษิติครรภ์จุติมาเป็นพระราชา ถ้าท่านบำเพ็ญบารมีได้มากแล้ว จะมีมังกรดำตนหนึ่งมาเกิดเป็นมนุษย์ ท่านจะโปรดจนมนุษย์ผู้นี้ละความอยากเป็นใหญ่ สิ้นความเป็นมังกรแล้วจิตใจเปลี่ยนเป็นม้าขาวในที่สุด ในช่วงนั้น หากลองสืบประวัติดูจะพบว่าคนผู้นั้นมีอาการพยศ ไม่ยอมเชื่อฟัง ดื้อด้าน จนกระทั่งถูกไล่ หรือขับออกไป หรือปลดออกจากตำแหน่ง จากนั้นจะทุกข์ใจมากจนใจสลายแล้วคิดได้ใหม่เริ่มต้นชีวิตเป็นคนใหม่ เป็นสามัญชนคนธรรมดา นั่นแหละให้ทราบไว้ว่าเขาได้พ้นความเป็นมังกรดำที่ดุร้าย และกลายเป็นม้าขาวแล้ว มนุษย์ที่มีจิตวิญญาณเป็นม้าขาว จะต้องบำเพ็ญบุญบารมีต่อไป จึงจะเชื่องและกลับมารับใช้งานได้

การโปรดมังกรดำจนกลายเป็นม้าขาว

๑)    ควบคุมและใช้งานมังกรดำ ช่วงนี้ มังกรดำจะรับใช้งานพระอวโลกิเตศวรอยู่ก่อน อาจเป็นภรรยาหรือแม่ของตนที่บำเพ็ญได้กายอวโลกิเตศวร เมื่อใช้งานมังกรดำไปนานๆ มังกรดำจะกินพลังดำเป็นอาหารมากขึ้น จนควบคุมตนเองไม่ได้ และทำผิดในที่สุด หากไม่ผิดร้ายแรงจะไม่ถูกพระยูไลปราบและจับขัง

๒)    ลงโทษมังกรดำเมื่อทำผิด   เมื่อมังกรดำทำผิดบ้างเล็กน้อย ก็สามารถลงโทษได้ด้วยการสั่นกระดิ่งทิพย์ ถ้าผู้ใดบำเพ็ญบารมีได้ขี่มังกรดำ จะได้กระดิ่งทิพย์มาด้วย ให้อธิษฐานใช้กระดิ่งทิพย์ใส่ไว้ในหูของมังกรดำ ถ้ามังกรดำไม่เชื่อฟังก็ใช้การสั่นกระดิ่งเป็นการลงโทษ นี่เป็นการลงโทษเพียงเล็กน้อยกรณีทำผิดไม่มาก

๓)    ขับไล่มังกรดำให้ไปสำนึกผิด เมื่อมังกรดำทำผิดดื้อจนควบคุมไม่ได้ ก็ให้ทำโทษด้วยการไล่ออกไป ปล่อยให้ไปเป็นอิสระ ไม่เกี่ยวข้องกันอีก มังกรดำจะเร่ร่อนไปอย่างยากลำบากเพราะไม่มีบุญบารมีของตนเอง ไม่อาจเลี้ยงตัวได้รอด ก็จะย้อนกลับมาขอยอมสวามิภักดิ์ ช่วงเวลานี้ จึงค่อยพิจารณารับให้กลับมาได้

๔)   ยอมให้กลับมารับใช้งานใหม่ ช่วงนี้มังกรดำจะกลับมาอยู่ในกายของแม่หรือภรรยาของผู้มีบารมีกษิติครรภ์ ให้ผู้มีบารมีพระกษิติครรภ์โปรดสอนแม่หรือภรรยาของตนเอง (หรือบางทีเป็นลูกสาว ลูกสะใภ้ก็เป็นได้) ให้สำนึกถึงเรื่องอำนาจนั้น ไม่จีรังและมีแต่ความทุกข์ จนมังกรดำละความยึดมั่นในอำนาจ ก็จะจิตวิญญาณสลายกลายเป็นม้าขาว แล้วย้ายมาอยู่ในร่างของผู้มีบารมีกษิติครรภ์แทน

เมื่อมังกรดำอาระวาดจะทำฉันใด?

ยุคหลังกึ่งพุทธกาลนี้เป็นยุคของมังกร สังเกตง่ายๆ เด็กรุ่นใหม่ไม่ชอบการถูกบังคับให้แต่งงานเพื่อขยายอิทธิพลทางอำนาจเหมือนในอดีต ซึ่งในอดีตพวกพญานาคดูแลพระพุทธศาสนานั้น จะใช้การแต่งงานขยายอิทธิพลทางการเมือง เช่น กษัตริย์ไทยในสมัยโบราณก็ใช้วิธีนี้ แต่ปัจจุบันการบังคับจับแต่งงานเพื่อการเมืองทำไม่ได้อีกแล้ว เพราะหมดยุคของพญานาค เป็นยุคมังกร โดยเฉพาะมังกรดำจะออกมาก่อน เด็กเล็กจะเกิดมาพร้อมความนิยมในความรุนแรง เช่น การเล่นเกมยิงปืน, สงคราม, ไล่ล่า, ฆ่ากัน เหล่านี้เป็นยุคสมัยที่เปลี่ยนไป จะโทษใครถูกใครผิดไม่ได้ เมื่อโลกเปลี่ยนยุค เราจะแก่ตามวัยจนไม่สนใจเยาวชนคนรุ่นใหม่ของเราที่เปลี่ยนแปลงไปไม่ได้ เราต้องศึกษาเขาใหม่ และหาวิธีรับมือกับความเปลี่ยนแปลงนี้ ไม่ใช่เห็นดีเห็นงาม แต่ต้องเห็นแจ้ง เห็นจริง เข้าใจ แล้วใช้ปัญญาหาทางแก้ไขหรือรับมือให้ได้ โดยมีวิธีการจัดการดังต่อไปนี้ 

๑)    โปรดมังกรดำเป็นมังกรทอง วิธีนี้จะทำได้ ต้องมี “หงส์ทอง” ใช้คนที่มีอสูรหงส์ทองประกบและสอนคุณธรรมตั้งแต่เด็ก ก็จะค่อยๆ ซึมซับและเปลี่ยนเป็นมังกรทองได้ ช่วงที่โปรดนี้ควรมีชีวิตที่ไม่ฟุ้มเฟือย เคยชินกับวิถีชีวิตที่เรียบง่าย ดังเช่น เจงกีสข่านในวัยเยาว์ จึงจะโปรดสำเร็จ ถ้าเลี้ยงดูอย่างดีแบบจิ๋นซีฮ่องเต้ จะโปรดขึ้นเป็นมังกรทองไม่สำเร็จ แม้สำเร็จก็ชั่วคราว พลังดำจะย้อนกลับมาอีก

๒)    โปรดมังกรดำเป็นม้าขาว วิธีนี้ต้องใช้ผู้มีบารมีกษิติครรภ์ สังเกตง่ายๆ คนที่มีจิตใจอ่อนโยนมีเมตตายอมสละตัวเองเพื่อผู้อื่น มีสำนึกตนว่าทำผิดพลาดไปด้วยไม่ใช่เพราะฤทธิ์แต่เพราะปัญญาที่รู้ไม่เท่าทัน ชอบช่วยปลดเวรกรรมให้คน หรือชอบให้อภัยโทษคน จะโปรดมังกรดำเป็นม้าขาวได้ด้วยวิธีดังกล่าวมาแล้วข้างต้น     

๓)    ปราบมังกรดำด้วยพระยูไล วิธีนี้เป็นวิธีสุดท้ายที่จะใช้ เพราะยากที่จะหาคนที่มีบารมีพระยูไลปราบมังกรดำได้ ในอดีตก็มีเช่น ท่านตั๊กม้อ แต่ปัจจุบันจะหาคนอย่างท่านมาปราบก็ยากขึ้น นอกจากจะเชิญพระยูไลจากเบื้องบนลงมาปราบ แต่ต้องเป็นมังกรที่เร่ร่อนหรือถูกไล่ออกจากกายของเจ้าของร่างแล้วเท่านั้น เมื่อปราบแล้วจะถูกกักขังยาวนาน ดังเช่น ซุนหงอคงที่ถูกขัง จะไม่ถึงขั้นตาย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น