โยคะเย็น-เก้าอิม โยคะร้อน-เก้าเอี๊ยง

โยคะเย็น-เก้าอิม โยคะร้อน-เก้าเอี๊ยง

โยคะเย็น-เก้าอิม โยคะร้อน-เก้าเอี๊ยง

โยคะเย็น หรือโยคะธรรมดา และเก้าอิม

โยคะคือ การหลอมรวมกาย, จิต และวิญญาณ ประสานเป็นหนึ่งเดียวกัน ส่งผลดีต่อทั้งกายและจิต โดยเชื่อมโยงกาย, จิต และวิญญาณของตนเข้ากับจักรวาลหรือพลังจักรวาลเหนี่ยวนำพิเศษ เช่น พลังเทพเจ้าที่ตนนับถือ ที่เรียกว่า “ปรมาตมัน” ส่วนกาย, จิต, และวิญญาณของเราจะเรียกว่าเป็น “อาตมัน” เมื่อหลอมรวมอาตมันและปรมาตมันเป็นหนึ่งแล้ว ทำให้เราเป็นหนึ่งเดียวกับเทพเจ้าที่เรานับถือ เหมือนการเข้าทรง ที่เทพเจ้าลงมาครอบกายสังขารของเรา เราประสานเป็นหนึ่งเดียวกันท่านได้แนบสนิท ก็จะสามารถใช้พลังความสามารถพิเศษของท่านได้ เป็นหลักการนำพลังจักรวาลภายนอก เข้าสู่ร่างกายเพื่อใช้ประโยชน์ต่างๆ คล้ายกับการฝึก “เก้าอิม” แต่เก้าอิมแบบเดิมนั้น จะเน้นแต่พลังเย็นจากวัตถุธาตุ เช่น หยกเย็น ในการขยายองค์ความรู้ด้านลมปราณเก้าอิมใหม่ ได้รับการพัฒนาให้รับพลังอย่างอื่นด้วย คือ พลังจากเทพเจ้าที่ส่งมาจากจักรวาลนั่นเอง ผู้ฝึกมักไม่มีความร้อนเกิดขึ้น คือ อุณหภูมิร่างกายจะปกติ จึงเรียกว่าโยคะธรรมดา โยคะแบบนี้ มุ่งเน้นการทำสมาธิที่ไม่จำกัดท่า ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนท่าหรือดัดตัวก็ได้ มุ่งเน้นที่การทำจิต การบูชาเทพเจ้า ความศรัทธาเทพเจ้า เคล็ดการหลอมรวมกับเทพเจ้า เป็นสำคัญ

การฝึกแบบนี้เหมาะสมกับผู้หญิง และคนโบราณมักใช้ผู้หญิงสื่อกับเทพเจ้า ดังเช่น ในศาสนาชินโต จะใช้ผู้หญิงสื่อจิตวิญญาณ เรียกว่า “มิโกะ” ในประเทศจีน การฝึกรับพลังจักรวาลจากภายนอก เรียกว่า “เก้าอิม” ก็ถ่ายทอดแต่ผู้หญิงเท่านั้น ดังนั้น พระพุทธเจ้าจึงไม่ทรงสรรเสริญเหล่าพราหมณ์ หรือคนทรงเจ้า และไม่ให้พระสงฆ์ยุ่งเกี่ยววิชชานี้ 

โยคะร้อนและเก้าเอี๊ยง

โยคะร้อน เมื่อฝึกแล้วจะร้อนทั้งตัว จากความร้อนบางจุดจะเริ่มมากขึ้นจนทั่วร่างกาย เมื่อฝึกแล้วเหงื่อจะออกมาก จึงเรียกว่าโยคะร้อน ในการฝึกโยคะร้อน จะไม่มุ่งเน้นการหลอมรวมอาตมันเข้ากับปรมาตมัน แต่มุ่งเน้นการหายใจระเบิดพลังภายในออกมา รีดเค้นเอาพลังจากร่างกายในส่วนต่างๆ ทุกซอกทุกมุม ค้นหาแหล่งพลังที่เกิดขึ้นภายในร่างกายของตนเอง ไม่มุ่งเน้นพลังจักรวาลจากภายนอก ที่ฝึกแล้วร้อน เพราะลมหายใจช่วยในการสันดาปอาหารมากขึ้น พลังนี้เรียกว่า “พลังเก้าเอี๊ยง” นั่นเอง ซึ่งเป็นโยคะแบบที่พระพุทธเจ้าฝึกและถ่ายทอดให้แก่พระสาวก คือ การมุ่งเน้นการหายใจ กำหนดสติกับลมหายใจในทุกอิริยาบถ การเคลื่อนกายในวิถีชีวิตประจำวันปกติ ก็สามารถเกิดการเผาผลาญอาหารได้ พระพุทธเจ้าทรงทราบว่าคนยุ่งมาก มีกิจทางโลกมาก ยากที่จะบอกให้วางงานแล้วมานั่งฝึกโยคะ ท่านจึงใช้วิธีที่ง่ายที่สุดคือเคล็ดลับการหายใจในทุกอิริยาบถนี้ เป็นวิธีฝึกโยคะร้อนในชีวิตประจำวัน ได้ทุกวัน ทุกลมหายใจเข้าออก ก็ไม่ต้องลางานที่ยุ่งยากมาบวชแล้วค่อยฝึกโยคะนี้เลย สามารถฝึกฝนตนเองตั้งแต่ครั้งยังเป็นฆราวาสได้ เมื่อฝึกก้าวหน้าดีแล้ว มีความพร้อมมูลแล้ว จะบวชรับธรรมในภายหลังก็ได้ สมาธิและจิตจะมีความแก่กล้า มีอินทรีย์ที่พร้อมสมบูรณ์ทุกประการ นี่คือ ความแยบคายของพระพุทธเจ้าที่ทรงกล่าวไว้ว่า “อานาปานสติ” เป็นมงกุฎของกรรมฐานทั้งปวง

การฝึกโยคะร้อน ให้กำหนดสติเมื่อหายใจเข้าออกลึกสุดท้อง และระบายลมหายใจออกอย่างผ่อนคลายทุกลมหายใจ ทุกอิริยาบถ โดยไม่ต้องจดจำท่า ทำได้ทุกท่า จนไม่ว่าจะเคลื่อนไหวร่างกายในอิริยาบถใด ก็ไม่ลืมวิธีหายใจ เคล็ดลับการหายใจนี้ (หายใจเข้าลึกสุดท้อง หายใจออกผ่อนยาว) เมื่อท่านได้ฝึกฝนจนชำนาญในการวางรูปแบบการหายใจแล้ว ย่อมจะออกไปดำเนินชีวิตได้ตามปกติ ทุกอิริยาบถ ไม่ว่าอิริยาบถใด ดังนั้น จึงควรมาฝึกเคลื่อนไหวร่างกายพร้อมหายใจแบบนี้ จนเกิดความชำนาญ และเป็นการหายใจโดยอัตโนมัติไปเองในที่สุด สำหรับการฝึกโยคะร้อน หรือเก้าเอี๊ยงก็ดี หรืออานาปานสติทุกอิริยาบถนี้ก็ดี ล้วนมีเคล็ดลับในการหายใจแบบเดียวกันและไม่ยึดมั่นในท่าทางทั้งสิ้น 

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น