เรื่องเล่าของดวงวิญญาณที่ตรอมใจตายเพราะความรัก
เรื่องเล่าของดวงวิญญาณที่ตรอมใจตายเพราะความรัก
ข้าพเจ้าเป็นดวงวิญญาณดวงหนึ่งตายที่ประเทศจีน เมื่อยังมีชีวิตอยู่ข้าพเจ้าเกิดในตระกูลขุนนางตกยาก เพราะบิดาเสียชีวิต เหลือเพียงมารดาเลี้ยงข้าพเจ้ามาผู้เดียว ข้าพเจ้ากำพร้าพ่อแต่เล็ก ทั้งยังยากจน เคยเป็นคนมั่งมีเพราะมีพ่อเป็นขุนนาง เมื่อตกอับก็อับอายผู้คน ผู้ดีตกยากจำต้องเจียมเนื้อเจียมตัว เพื่อไม่ให้ผู้อื่นดูถูกเหยียมหยาม มารดาข้าพเจ้าต้องการให้ข้าพเจ้าเดินตามรอยบิดาเพื่อฟื้นฟูฐานะของตระกูล แต่ข้าพเจ้าเป็นผู้ไม่มักใหญ่ใฝ่สูง และไม่ชอบอำนาจทั้งยศถาบรรดาศักดิ์ใดๆ นิยมเก็บตัววิเวกอยู่อย่างสงบ เห็นผู้คนทั้งหลายล้วนแต่มีพิษภัย บ้างนิยมว่าร้าย ทำเลวต่างๆ นานา จึงอยู่บนโลกอย่างคนที่ไม่เข้าสังคมโลก แต่แล้วมารดาของข้าพเจ้าก็พยายามช่วยให้ข้าพเจ้าได้เรียนเพื่อสอบจอหงวน มารดาที่ยากจนต้องเสียสละอย่างยากลำบากเพื่อให้ข้าพเจ้าได้ร่ำเรียน ข้าพเจ้าจึงได้เข้าเรียนในสำนักที่ดีร่วมกับลูกขุนนางผู้อื่น
ตลอดเวลาข้าพเจ้าพยายามหลบเลี่ยงและไม่พูดคุยกับใคร เพราะเหล่าลูกขุนนางทั้งหลายล้วนมีเงินทองและอำนาจ พวกเขาพูดแต่เรื่องการใช้เงิน, ความสุขสบายของตระกูล ซึ่งข้าพเจ้าไม่เคยได้สัมผัสเลย และยิ่งทำให้ข้าพเจ้าเกลียดขุนนาง เห็นขุนนางเป็นเพียงหมูตะกละเอาแต่ความสุขสบายไปเท่านั้น ข้าพเจ้าตั้งใจเรียนไม่ใช่เพราะอยากสอบเข้าจอหงวนเลย เพราะเกลียดการเมือง และเกลียดการเป็นขุนนางมาก ด้วยเห็นตัวอย่างของลูกขุนนางทั้งหลายเหล่านั้นเอง ข้าพเจ้าต้องอดทนอดอยาก หลายครั้งที่เห็นพวกเขามีกิน อดทนต่อคำเยาะเย้ยถากถางต่างๆ นานา แต่เพราะสนใจในวิชชาความรู้ที่ตนไม่เคยรู้มาก่อน ทำให้มีความก้าวหน้าในการร่ำเรียนเหนือเหล่าลูกขุนนางคนอื่นๆ มาก จึงเป็นที่รักของอาจารย์ แต่เป็นที่อิจฉาของเพื่อนร่วมชั้นเรียนมากมาย
วันหนึ่ง ได้พบกับลูกขุนนางคนหนึ่ง มีวิสัยไม่เหมือนใคร เข้ามาคุย แกล้งยั่วข้าพเจ้าหลายอย่าง ทำให้ในที่สุด ข้าพเจ้าที่เคยปิดตัวเองอยู่ในโลกส่วนตัว ได้เปิดใจรับเพื่อนคนแรกในชีวิต ข้าพเจ้าไม่ค่อยได้กินอิ่มเหมือนพวกลูกขุนนาง เพื่อนผู้นี้ก็เอาอาหารมาเผื่อข้าพเจ้า เขาไม่รังเกียจข้าพเจ้า แกล้งเอาอาหารกลางวันมาแลกกันกินกับข้าพเจ้า อาหารกลางวันของข้าพเจ้าที่ข้าพเจ้าต้องคอยกินเพราะอายเพื่อนๆ ไม่อยากให้ใครเห็นว่าข้าพเจ้าเอาอะไรมากิน เพื่อนคนนี้กลับขอมาแลกอาหารกินอย่างไม่รังเกียจ และให้ข้าพเจ้ากินอาหารของเขา เราแลกอาหารกันกิน อาหารชั้นดีของเขา เขาเอามาให้ข้าพเจ้า ในขณะที่เขายอมกินอาหารชั้นเลวของข้าพเจ้า ทำให้ข้าพเจ้าเปิดใจเป็นเพื่อนกับเขา ข้าพเจ้ามีเพื่อนเพียงคนเดียวในโลกขณะนั้น ชีวิตของข้าพเจ้าเปลี่ยนไป จากชีวิตที่อยู่อย่างไร้ความหวัง ไม่มีจุดมุ่งหมายในชีวิต กลายเป็นชีวิตที่มีความสุข ข้าพเจ้าดีใจที่จะได้ไปเรียนเพราะจะได้พบเพื่อนผู้นี้ เริ่มไม่สนใจเรียน เรานั่งใกล้กัน เมื่ออาจารย์สอนอยู่ เราไม่สามารถพูดคุยได้ ข้าพเจ้าเขียนจดหมายคุยกับเขา ตอบโต้กันไปมาในขณะที่อาจารย์สอนนั้นเอง โลกทั้งใบเหมือนเป็นโลกของเราสองคน ข้าพเจ้าเคยเผลอคิดไปว่าทำไม เพื่อนชายคนนี้ถึงไม่เกิดเป็นผู้หญิงนะ ข้าพเจ้าจะได้แต่งงานเป็นเมียก็น่าจะดี ทำไมต้องเกิดเป็นผู้ชายด้วย แต่ก็ช่างเถอะ อย่างไรเสียก็เพื่อนรักของเรา
และแล้ววันหนึ่ง สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อข้าพเจ้าและเพื่อนผู้นี้บังเอิญติดฝนด้วยกันในที่ลับแห่งหนึ่ง ร่างกายของเราทั้งคู่เปียกปอนไปหมด ข้าพเจ้าจึงผลัดเสื้อผ้าบีบน้ำออกในถ้ำแห่งหนึ่ง และสงสัยว่าทำไมเพื่อนถึงขี้อายและไม่กล้าทำบ้าง จึงได้แกล้งเพื่อน แล้วด้วยเหตุนั้นเอง ทำให้ข้าพเจ้าพบว่าเพื่อนชายของข้าพเจ้าคนนั้น ไม่ใช่ผู้ชาย แต่เป็น “ผู้หญิง” ข้าพเจ้าตกใจและดีใจ เหมือนสวรรค์ประทาน หรือความฝันเป็นจริงอย่างที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นไปได้ ความรู้สึกมากมายล้นเอ่อท่วมในใจข้าพเจ้า ไม่สามารถอธิบายอะไรได้อีก และด้วยวัยหนุ่มสาวนั้น จึงไม่อาจที่จะห้ามใจได้ เราจึงได้เสียกันก่อนแต่งงาน ข้าพเจ้าทั้งรักเขามาก และเสียใจต่อการกระทำของตนเอง ข้าพเจ้าได้ให้คำมั่นสัญญาต่อเขาว่าจะแต่งงานรับเขาเป็นภรรยาและจะรักเขาเพียงคนเดียวตลอดไป
แต่เขาก็บอกข้าพเจ้าว่าบ้านของเขาเป็นตระกูลขุนนางสูงศักดิ์ บิดาคงไม่ยอมให้แต่งงานกับข้าพเจ้าเป็นแน่ ข้าพเจ้าจึงบอกกับเขาว่าข้าพเจ้าจะสอบจอหงวนให้ได้ เมื่อนั้นเราจะแต่งงานกัน ข้าพเจ้าจึงเพียรพยายามที่จะสอบจอหงวนให้ได้ทุกวิถีทาง ทั้งๆ ที่ไม่เคยคิดอยากเป็นขุนนางเลยแม้แต่น้อย แล้วในที่สุด ความพยายามก็สำฤทธิ์ผล
ข้าพเจ้าสอบจอหงวนสำเร็จ แม่ของข้าพเจ้าดีใจมาก ข้าพเจ้าจึงรีบกลับไปทวงสัญญาที่ได้ให้ไว้กับหญิงที่รัก (หลังจากเรื่องนั้นเกิดขึ้นแล้ว บิดาของหญิงที่ข้าพเจ้ารักก็รู้เข้า ข้าพเจ้าสารภาพและสัญญาว่าจะตบแต่งเอานางเป็นภรรยา แม่ของเขาก็สบประมาท และบอกว่าถ้าข้าพเจ้าสอบได้จริง ก็จะยกลูกสาวให้แต่งงานด้วย) ทว่า เมื่อข้าพเจ้ากลับไปทวงสัญญา พ่อแม่ของหญิงที่ข้าพเจ้ารักกลับใช้เล่ห์เพทุบาย บอกกับข้าพเจ้าว่าข้าพเจ้ามาสายไปเสียแล้ว เพราะได้ยกลูกสาวให้แต่งงานกับลูกขุนนางผู้หนึ่งไปแล้ว
ข้าพเจ้าพยายามเต็มที่แต่สุดท้ายก็ไม่สมหวัง
กลับมาที่บ้านก็ร้องไห้และตรอมใจจนไข้ขึ้น และลุกไม่ขึ้นอีกเลย ร้องไห้ไม่หยุด เหมือนคนเพ้อไข้จะเป็นบ้า แม่ก็นอนดูใจข้าพเจ้าพยายามช่วยเหลือ ข้าพเจ้ากินไม่ได้ แม้จะหลับตาลงนอนก็หลับไม่ลง ได้แต่นอนสะอื้นอยู่ ไม่นานก็สิ้นใจตาย เมื่อตายไปแล้ว หญิงที่ข้าพเจ้ารักก็ไปแต่งงานกับลูกขุนนาง ระหว่างทางที่พาเจ้าสาวไปนั้นเอง หญิงที่ข้าพเจ้ารักเห็นหลุมศพของข้าพเจ้า จึงหนีออกมาจากขบวนเจ้าสาวแล้วฆ่าตัวตายตามข้าพเจ้าไป เรื่องราวของข้าพเจ้าถูกคนเล่าขานต่อๆ กันมาเป็นตำนานหนึ่ง ที่เรียกว่า “ม่านประเพณี” ดังที่ได้นำมาสร้างเป็นละครให้ผู้คนทั้งหลายได้ชมกันจนถึงทุกวันนี้
วันนี้ข้าพเจ้าอาศัยมากับร่างผู้ทรงธรรมผู้หนึ่งเพื่อเล่าเรื่องราวเก่าๆ ของเรา และหญิงที่ข้าพเจ้ารักนั้นก็เข้ามาในเว็บนี้ด้วย แม้เขาจะแต่งงานและมีลูกแล้ว ข้าพเจ้าก็รู้ดี แต่เขาจะยังจดจำข้าพเจ้าได้หรือไม่ เคยคิดบ้างหรือไม่ ว่าข้าพเจ้ายังคงรอเขาอยู่ ในขณะที่เขามีความสุขและเพียบพร้อมสมบูรณ์อยู่นั้น ข้าพเจ้าเฝ้ามองและรอคอยว่าเมื่อไร จึงจะได้พบกันอีก แม้จะไม่ใช่เพื่อการครองคู่อีกต่อไปแล้ว เพราะมันไม่มีทางเป็นไปได้ แต่ข้าพเจ้าก็หวังว่าเขาจะไม่ลืมข้าพเจ้าเพียงเพราะได้ชีวิตที่ดีมีสามีและลูกที่ดีพร้อมแล้ว
เมื่อตายจากมนุษย์แล้วด้วยจิตที่คับแค้นใจต่อชนชั้นวรรณะ ได้เป็นเกิดเป็นอสูรจิ้งจอกเก้าหาง