หลักการกระทำและการละเว้นการกระทำ

หลักการกระทำและการละเว้นการกระทำ

หลักการกระทำและการละเว้นการกระทำ

หลักการกระทำและไม่กระทำที่ง่ายที่สุด ได้แก่ หลักการละเว้น ๑ อย่าง กระทำ ๒ อย่าง คือ การละเว้นการกระทำเพื่อสนองความต้องการตนเอง, กระทำแต่สิ่งจำเป็นสำหรับการดำรงชีพขั้นพื้นฐาน และกระทำแต่สิ่งที่ดีที่สุดแก่มวลสัตว์อื่น ดังจะอธิบายต่อไปนี้

สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเราพระเจ้าทรงกระทำให้ เราจึงควรละเว้นการทำเพื่อตนเอง

ไม่มีความจำเป็นใดเลยที่เราจะกระทำสิ่งต่างๆ เพื่อตัวของเราเอง เพราะพระเจ้าทรงกระทำให้เราโดยทั้งหมดแล้ว สมบูรณ์เพียงพอแล้ว ขอเพียงเรายอมรับสิ่งต่างๆ ที่เรามี เราเป็น ว่าเป็นสิ่งที่ดีที่สุด เหมาะสมที่สุด ที่พระเจ้าทรงสร้างไว้เพื่อเรา เราก็จะไม่ต้องดิ้นรนไขว่คว้า แสวงหา แก่งแย่งแข่งขันใดๆ เราเพียงแต่พิจารณาสิ่งต่างๆ รอบตัว เรียนรู้และใช้ประโยชน์จากสิ่งที่พระเจ้าสร้างให้แก่เราเป็น ก็พอแล้ว มนุษย์มีวิถีชีวิตที่แตกต่างกันได้มากมาย ในสมัยโบราณ มนุษย์ไม่มีปัจจัยทั้งสี่ประการในการดำรงชีพ พวกเขาไม่มีเสื้อผ้าใส่, อยู่ในถ้ำ และหากินตามป่าเขา แต่พวกเขาก็สามารถดำรงชีพอยู่ได้ กลายเป็นต้นตระกูลเผ่าพันธุ์มนุษย์ในปัจจุบัน มนุษย์ในปัจจุบันไม่สามารถดำรงชีพแบบบรรพบุรุษ ได้ เพราะอ่อนแอเกินไป แต่เราก็ได้ปัจจัยสี่ประการจากพระเจ้าทดแทนความแข็งแกร่งที่หายไปพร้อมกับบรรพบุรุษของเรานั้น หากเราไม่ให้โอกาสพระเจ้าในการสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ให้แก่เราเลย เราจักไม่รู้เลยว่าพระองค์ทรงเตรียมสิ่งใดไว้ให้เราประหลาดใจ การที่เราลงมือกระทำสิ่งต่างๆ เพื่อตนเองตลอด สิ่งที่ได้มาทั้งหมดนั้น ช่างจืดชืดและไร้ค่าในเวลาอันรวดเร็ว เพราะเราไม่ประหลาดใจกับสิ่งที่เราวางแผนไว้เพื่อครอบครองมันเลย ยกตัวอย่างเช่น เราไปซื้อของในห้าง แรกๆ อยากได้มาก เมื่อได้ครอบครองแล้ว ไม่นานก็รู้สึกเบื่อจนต้องหาซื้อใหม่ นี่แตกต่างจากสิ่งที่เราได้จากผู้อื่นที่ให้เราโดยไม่คาดคิดนัก  

นี่คือหลักแห่งการ “ละเว้นการกระทำ” เพื่อเปิดโอกาสให้พระเจ้ากระทำแทน (ศีล)

สิ่งพื้นฐานที่จำเป็นต่อชีวิต เป็นภาระหน้าที่ที่เราจำต้องกระทำเพื่อรักษาตนเองไว้

พระเจ้ามอบชีวิตและร่างกายแก่เรา เรามีหน้าที่ต้องดูแลสิ่งที่พระองค์ทรงมอบให้เราไว้นี้ ร่างกายของมนุษย์มีความทนทาน และปรับตัวอยู่ได้หลากหลายแบบ ดังนั้น โลกจึงมีคนหลายชนชั้นที่มีความเป็นอยู่ที่แตกต่างกัน ให้พบเห็นได้เสมอ สิ่งที่เราควรทำอย่างแรกคือ การทำสิ่งจำเป็นพื้นฐานของการดูแลชีวิตของเราเอง เป็นสิ่งที่เรียบง่าย ไม่ฟุ้งเฟ้อ สมถะ และทุกคนสามารถทำให้ตนเองได้ตามอัตภาพ โดยที่ไม่จำเป็นต้องเหมือนกันทุกคน เพราะพระเจ้าได้เลือกแบบทดสอบที่แตกต่างกันพร้อมของขวัญที่แตกต่างกันสำหรับแต่ละคน ทั้งนี้เราจะรักษามันไว้จนหมดภาระหน้าที่สิ่งต่างๆ แม้แต่ชีวิตของเราก็จะสิ้นไป

นี่คือหลักแห่ง “การกระทำพื้นฐาน” เพื่อดูแลรักษาสิ่งที่พระเจ้าได้ประทานแก่เราแล้ว  

สิ่งที่ดีที่สุดที่เราทำได้ ควรเป็นไปเพื่อมวลสัตว์ เฉกเช่นที่พระเจ้าทรงทำต่อเรา

พระเจ้าทรงสร้างสรรค์สิ่งที่ดีที่สุดเหมาะสมต่อเราแต่ละคนที่สุด แล้วประทานแก่เราอย่างแตกต่างกันไป เพื่อเป็นแบบอย่างให้เราได้กระทำตามพระเจ้าบ้าง คือ สร้างสรรค์สิ่งที่ดีที่สุดแก่ผู้ที่ด้อยกว่าลงไป พระเจ้าจะทรงเลือกเรา ให้โอกาสแก่เราในการกระทำสูงสุด เพื่อมวลสัตว์อื่นตามรอยพระองค์ก็ต่อเมื่อพระเจ้าทรงไว้วางใจว่าเราสามารถจะกระทำได้เท่านั้น เมื่อเราได้กระทำสิ่งพื้นฐานได้สมบูรณ์ดีแล้วนั่นเอง หากเรายังกระทำสิ่งพื้นฐานได้ไม่ดี ยังไม่สามารถมีชีวิตที่สมถะเรียบง่ายได้ พระเจ้าจะไม่ทรงเลือกใช้เราเป็นตัวแทนของพระองค์ในการกระทำสิ่งต่างๆ ตามรอยพระองค์ และนั่นอาจทำให้บางคนที่อ่อนแอ เลือกทางด้วยตนเองลองผิดลองถูกด้วยตนเอง เพื่อทำให้ตนไปสู่จุดสูงสุดด้วยมือตนเอง แต่นั่นไม่ใช่ด้วยพระหัตถ์ของพระเจ้า เพราะพระองค์ไม่ใช่ผู้เลือก แต่เราเป็นผู้เลือกเอง   

นี่คือหลักแห่งการ “การกระทำสูงสุด” เพื่อเจริญรอยตามพระเจ้าที่กระทำต่อเรา นั่นเอง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น