การบำเพ็ญโพธิญาณ ต้องฝึกวิชชา “หยิน-หยาง” ด้วย

การบำเพ็ญโพธิญาณ ต้องฝึกวิชชา “หยิน-หยาง” ด้วย

การบำเพ็ญโพธิญาณ ต้องฝึกวิชชา “หยิน-หยาง” ด้วย

ผู้บำเพ็ญบารมีแบบโพธิสัตว์ เมื่อปฏิบัติถึงจุดหนึ่ง จะมีจิตวิญญาณในกายสังขารทั้งสิ้น สองดวงจิต คือ จิตหลัก และจิตรอง โดยจิตหลักจะเป็นจิตวิญญาณโพธิสัตว์ ส่วนจิตรองจะเป็นจิตวิญญาณของพาหนะทรง ที่จะใช้ปกป้องตัวเองและปราบศัตรู ยกตัวอย่างเช่น ในผู้บำเพ็ญได้กายทิพย์อวโลกิเตศวร เมื่อบำเพ็ญถึงจุดหนึ่งจะได้มังกรดำเป็นพาหนะทรง ทำให้ในกายสังขารมีจิตวิญญาณสองดวง ที่แตกต่างกันอย่างมาก คือ จิตหลักเป็นจิตที่ดี แต่จิตรองไม่ค่อยดีนักเพราะเป็นอสูร ทำให้บุคลิกและพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไป จากที่เป็นคนดีมากๆ อาจกลายเป็นมีทั้งส่วนดีและส่วนดุได้ เมื่อถึงวาระที่จิตวิญญาณภายในมีสองดวง จะต้องประสานสองดวงจิตให้ทำกิจร่วมกันในกายสังขารเดียวกันได้ ซึ่งการที่ดวงจิตแตกต่างกันมากนั้น ทำให้ขัดแย้งกันได้ง่าย จึงต้องฝึกที่จะประสานการทำงานของจิตสองดวงนั้นให้ไปด้วยกันได้ เรียกว่า การฝึก “หยิน-หยาง ประสานใจ”

ทำไมต้องฝึกวิชชา หยิน-หยาง ประสานใจ

ผู้บำเพ็ญธรรมขั้นสูงเมื่อถึงจุดหนึ่งจะมีจิตวิญญาณสองจิตวิญญาณ และแตกต่างกันมาก ทำให้ขัดแย้งกันเองภายใน เพราะมีสองจิตนั้นเอง แม้มีสองจิตแต่หากฝึกให้มีใจเดียวกันแล้ว สองจิตแตกต่างแต่มีใจเดียวกัน ก็สามารถทำกิจร่วมกันได้อย่างดี แต่หากสองจิตนั้นไม่มีใจร่วมกันแล้ว จิตดวงใดดวงหนึ่งจะต้องจุติออกจากร่างไปในที่สุด และส่งผลให้จิตดวงที่เหลือมีกำลังลดลง และอาจได้รับผลกระทบจากศัตรูที่เคยพัวพันกรรมต่อกันมาในอดีตชาติก็ได้ ดังนั้น จึงเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ต้องฝึกวิชชา หยิน-หยางประสานใจ

ผู้หญิงบางคนเป็นคนดีมาก บำเพ็ญบารมีแล้วได้กายทิพย์เป็นอวโลกิเตศวร วันหนึ่งได้พาหนะทิพย์เป็นอสูรมังกรดำ มาอยู่ในร่างกาย แต่ร่างกายของผู้หญิง มีระเบียบ มีความอ่อนโยนมาก จิตวิญญาณที่เป็นอสูรมังกรดำ ก็อึดอัดและรู้สึกเหมือนถูกกักขัง ทำให้เกิดความเครียด และออกไปอาศัยร่างของคนรอบข้างที่เป็นผู้ชายได้ เช่น สามี ทำให้สามีที่เคยเป็นคนดี มีลักษณะเข้าข่ายอสูรได้ บ้างไม่เคยกินเหล้าก็กินเหล้า บ้างไม่เคยทะเลาะก็ทะเลาะกัน เหตุที่เป็นเช่นนี้ เพราะจิตวิญญาณที่ประสานใจในกายเดียวกันไม่ได้นั่นเอง เรื่องนี้สังเกตได้จากชีวิตจริง ถ้าผู้หญิงคนไหนมีจิตใจดีงามตอนแรกแต่งงานก็ดีแต่หลังๆ สามีเปลี่ยนไปเหมือนคนละคน ให้ตั้งข้อสังเกตว่าผู้หญิงคนนั้นอาจบำเพ็ญบารมีได้ถึงขั้นอวโลกิเตศวร และได้มังกรดำเป็นพาหนะทรงแล้ว แต่เพราะควบคุมมังกรไม่ได้ มังกรจึงได้ไปอาศัยร่างของสามีของหญิงผู้นั้นทำการเลวร้ายต่างๆ รวมทั้งพยศต่อเจ้าของได้

วิธีการแก้ไขคือ การฝึก หยินหยางประสานใจ นี่เอง ถ้าหญิงผู้นั้นฝึกได้สำเร็จ จะสามารถดูแลมังกรดำให้อยู่แต่ในร่างกายของตนเองได้ และไม่นำปัญหามาให้ตน ในหญิงผู้ที่ได้มังกรดำอยู่ในร่างกาย ถ้ายอมทำสิ่งไม่ดีอย่างที่มังกรดำชอบทำแล้ว ร่างกายนั้นก็จะต้องรับกรรมร่วมกัน ในที่สุด จะเกิดปัญหาด้านต่างๆ ในชีวิต เช่น ล้มป่วยลงได้ ดังนั้น ในการบำเพ็ญธรรมตามรอยพระอวโลกิตศวร ทำให้ได้บุญบารมี มังกรดำ กายทิพย์เช่นเดียวกับท่านนั้น จึงจำเป็นต้องฝึกกินเจ เพื่อให้มังกรดำไม่กินเนื้อสัตว์ มังกรดำจะไม่ออกไปกินเนื้อสัตว์ เช่น เป็ด, ไก่, วัว, ควาย ในเวลาที่เราหลับยามค่ำคืน สำหรับคนที่กินเจไม่ได้ ทำให้มังกรดำของตนออกไปฆ่าสัตว์กิน สุดท้ายจะส่งผลให้บั้นปลายชีวิตมีโรคภัยมากและนานกว่าจะสิ้นใจ เหมือนกันคนที่มีปอบสิงอยู่ ถ้าควบคุมปอบไม่ได้ ปอบจะออกไปหากิน แต่ปอบไม่ดุร้าย ไม่มีฤทธิ์มากเท่ากับมังกรดำ ทำให้สัตว์ตายไม่มากเท่ามังกรดำ สำหรับมังกรดำแล้ว สามารถทำให้สัตว์ล้มป่วยตายด้วยโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ได้ อัตราการตายของสัตว์จะเป็นที่สังเกตได้ว่ามาจากจิตวิญญาณชนิดใดเช่น มะเร็ง ที่ค่อยๆ เกาะกินและค่อยๆ ตายอย่างช้าๆ นั้น จะเป็นพวกปอบ เช่น มะเร็งตับ, มะเร็งท่อน้ำดี แต่สำหรับโรคระบาดเช่น ไข้หวัด ๒๐๐๙ นั้น เข้าข่ายของมังกรดำ คนที่ถูกปอบกินจะมีปอบเข้าร่าง ทำให้ทำตัวเหมือนปอบ เช่น ชอบกินสุกๆ ดิบๆ จนเกิดพยาธิเข้าไปในท่อน้ำดีจนเป็นมะเร็งได้ เป็นต้น บางพวกชอบกินของหมักของดอง ของเน่า เช่น ปลาร้า ปลาเหม็น

ส่วนมังกรดำนั้น จัดเป็นอสูรระดับราชา ดังนั้น อาหารการกินของมังกรดำจะดูดีกว่าปอบ ที่เป็นอสูรระดับเปรต (ที่เรียกว่า เปรตอสุรกาย) ให้สังเกตดูว่าคนที่มีมังกรดำนั้น จะชอบกินเนื้อสัตว์ เช่น เนื้อวัวย่าง, คอหมูย่าง, ไก่, หมู, เป็ดย่าง ฯลฯ ล้วนเป็นอาหารที่ทำจากเนื้อสัตว์ชั้นดีทั้งนั้น และเขาจะเลือกกินมาก ผู้หญิงที่ชอบกินเนื้อสัตว์มากๆ แต่ทำอย่างดีนี้ เป็นข้อสังเกตประการหนึ่งว่าอาจมีมังกรดำอยู่ ต่างจากปอบชัดเจนที่กินของไม่ดี ของต่ำ ในบางจังหวัดให้ลองสังเกตดู จะมีการตายของคนหรือสัตว์มากผิดปกติ หากตายเร็วแบบไข้หวัด ๒๐๐๙ ก็มีโอกาสเป็นเพราะมังกรดำได้ นอกจากนี้ มังกรดำที่อยู่ในกายคนนั้น บางตนก็กินแต่พลังทิพย์ในกายสัตว์ไม่กินพลังชีวิตของคน แต่มังกรดำบางตนก็กินพลังชีวิตคน ทำให้เกิดโรคระบาดในคนที่ตายได้เร็วไว คนที่มีมังกรดำคนไหน ที่ไม่สนใจเอาอะไรจากคนด้วยกัน ไม่ชอบเอาเปรียบคนด้วยกัน ไม่กดขี่คนด้วยกัน แม้กินเนื้อสัตว์ แต่มังกรดำของเขา ไม่กินพลังชีวิตของคน แต่ถ้าคนไหนนิยมรับสิ่งต่างๆ จากคนด้วยกัน หรือรับอะไรจากคนด้วยกันมากๆ แล้ว โอกาสที่มังกรดำจะติดนิสัย และสูบพลังชีวิตคนจะมีมาก จึงต้องระวังอีกประการคือ ผู้มีมังกรดำ ต้องไม่เป็นผู้นิยมสูบเลือดสูบเนื้อจากคนด้วยกันไม่ว่าจะในรูปแบบใด เช่น การเก็บเงิน, การกดราคา, การขูดรีด, การรีดไถ ฯลฯ

วิธีฝึก หยินหยางประสานใจ

ฝึกโดยใช้ร่างกายเป็นฐานกำหนดสติ โดยสมมุติให้ร่างกายซีกขวาและซ้ายเป็นเสมือนคนสองคน จิตหลักอยู่ซีกขวา จิตรองอยู่ซีกซ้าย มือขวาและซ้ายให้ฝึกขยับไปในรูปแบบที่แตกต่างกัน เรียกว่า “สองมือขัดแย้ง” ทำให้คล่องจนชินราวกับเหมือนมีคนสองคนในร่างเดียวกันได้ชัดเจน สองมือแตกต่างกันชัดเจนแต่ไม่ทำลายกันเอง กลับส่งเสริมและช่วยเหลือกันได้ อุดปิดช่องโหว่ให้กันและกันได้ ฝึกอย่างนี้ จิตวิญญาณสองดวงในกายของเราจะเรียนรู้กันและกัน และอุดปิดช่องโหว่ให้กันและกัน และประสานกันเป็นใจเดียว เมื่อทำได้สำเร็จแล้ว ทดลองใช้อาวุธดู หากอาวุธที่มือขวาและซ้ายไม่กระทบกันเอง ไม่ทำลายกันเอง ส่งเสริมสนับสนุน อุดปิดช่องโหว่ให้กันและกัน ทั้งๆ ที่แตกต่างกัน จนดูไม่ออกว่าท่วงท่าเป็นอย่างไรกันแน่ เพราะไร้ลักษณ์เกินหยั่งคาดได้ นับว่าฝึกสำเร็จ

ข้อควรระวังของผู้มีจิตวิญญาณรองเป็นมังกรดำ

๑)    หากกินเจ ต้องมีการให้อาหารมังกรดำด้วยของดำต่างๆ โดยเข้าไปหาของดำ หรือของที่เขาทำด้วยมนต์ดำ คุณไสยดำ แล้วจับดูสัมผัสดู เท่านั้นเอง พลังดำก็ไหลเข้าตัว มังกรดำจะสูบพลังนั้นเป็นอาหาร ทำให้บางครั้งเราจะรู้สึกได้ถึงพลังที่ขัดแย้งกับพลังขาวของเรา เมื่อเข้าสู่ร่างกายทำให้ปวดหรือรู้สึกแปลกๆ ได้บ้าง

๒)    หากไม่กินเจ ต้องบอกแก่มังกรดำด้วยการอธิษฐานด้วยวาจาว่าไม่ให้กินสัตว์และมนุษย์ จะกินอะไรได้บ้างที่เป็นพลังดำ เช่น แขน, ขา ของมารและอสูร หรือมารและอสูรที่ตายแล้วตามอายุขัยหรือถูกฆ่าตายด้วยผู้อื่นเป็นต้น การสั่งมังกรดำให้ชัดเจนเป็นสิ่งสำคัญ เพราะหากมังกรดำไม่มีอะไรกิน จะเครียดและแค้นมาก ทำให้เจ้าของมังกรดำรู้สึกหงุดหงิดง่าย โมโหง่าย และควบคุมอารมณ์ไม่ได้

๓)    หากไม่กินเจ และต้องการเปลี่ยนมังกรดำให้เป็นมังกรทอง ต้องทำการพัฒนาจิตของมังกร ด้วยการงดอาหารดำของมังกรดำดังที่กล่าวมาข้างต้น ฝึกให้มังกรดำกินของที่สว่างสดใส เช่น คุณไสยที่ทำด้วยพลังภาคขาว (อาจมีแสงสีน้ำเงิน, แดง, ทอง, ขาว ฯลฯ แต่จะไม่ใช่สีดำหรือหม่นหมอง) ฝึกให้ชินกับอาหารนี้

๔)   อย่าคิดว่าตนเองอดได้ มีศีลดี กินเจได้ แล้วมังกรดำจะทำได้เหมือนตน เพราะจิตของเขาต่ำกว่าระดับโพธิสัตว์ เมื่อเขาทำไม่ได้แล้ว เขาจะโกรธและอัดอั้นตันใจ เขาจะอาศัยร่างมนุษย์ผู้อื่น เช่น บริวารของเรา ไปหากิน หรือทำการอันมิชอบได้ ทำให้เกิดเรื่องปั่นป่วนวุ่นวายได้ ดังนั้น ต้องเข้าใจจิตวิญญาณที่มาอาศัยร่างของตน แต่มีระดับธรรมต่างจากตนมากๆ ด้วย ต้องรู้จักผ่อนปรนศีลแบบมหายาน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น