ผู้ละทิ้งความฝัน คือ ผู้ดับไฟแห่งอนาคต
ผู้ละทิ้งความฝัน คือ ผู้ดับไฟแห่งอนาคต
……..
จินตนาการ คือ ผลลัพธ์ของการดลใจ
การจินตนาการคือการสื่อจิตออกไปอย่างเสรี
ฮาโหล มีใครรับสายบ้างไหม?
แล้วจินตนาการก็จะตอบกลับมา
แท้จริงแล้วจินตนาการนั้น คือ ข้อมูลจากจิตสัมผัสพิเศษ
จิตสัมผัสพิเศษที่ก้าวไปสู่โลกอนาคต หรือย้อนไปสู่อดีตกาล
จิตสัมผัสพิเศษที่นำไปสู่โลกต่างมิติ หรือพ้นขีดจำกัดแห่งสมอง
แท้จริงแล้ว จินตนาการก็คือ ข้อเท็จจริงที่มาจากที่ใดที่หนึ่ง
เมื่อเรายึดมั่นถือมั่นว่า จินตนาการต้องเป็นจริงที่นี่ เดี๋ยวนี้
เราก็ต้องผิดหวัง เพราะจินตนาการเดินทางพ้นที่นี่ และเดี๋ยวนี้
จินตนาการไปไกลเกินกว่าความคิด และความคาดหวัง
จินตนาการไม่ยอมให้ความคิดและความคาดหวังกักขังไว้
จิตนาการโลดแล่นไปอย่างอิสรเสรีในทางของมัน
จินตนาการจึงไม่จำเป็นต้องอยู่ที่นี่และเดี๋ยวนี้
บางครั้งจินตนาการรอเราอยู่ที่โลกอนาคต
และบางครั้งก็เฝ้ามองเรามาจากอดีตกาล
ไม่มีอะไรเลยที่ไม่มีในธรรมชาตินี้ เพราะธรรมชาตินั้นคือทุกอย่าง
ธรรมชาติเป็นทั้งสิ่งที่เราเรียกว่าจริงและเท็จ
ธรรมชาติเป็นทั้งสิ่งที่เราเรียกว่าถูกและผิด
แล้วเธอคิดว่าอะไรละที่ผิดธรรมชาติ?
เมื่อเธอคิดว่าจิตนาการคือความบ้า ความหลงผิด
เธอกำลังละทิ้งข้อมูลบางอย่างที่เดินทางมาแสนไกล
เธอกำลังยึดมั่นในสิ่งที่มองเห็นและจับต้องได้เท่านั้น
แต่สิ่งที่มองไม่เห็นและจับต้องไม่ได้นั้น มีมากกว่า
เธอมีความสามารถมากพอที่จะสัมผัสกับสิ่งที่ยากจะสัมผัส
แต่สิ่งเหล่านั้นก็สัมผัสเธออยู่ตลอดเวลา
เมื่อเธอเปิดใจยอมรับสิ่งเหล่านั้น
ประตูที่ปิดกั้นเธอไว้จะเปิดออก
ออกไปสิ บินออกไป พร้อมกับจินตนาการ
ประตูที่ปิดตายกำลังเริ่มเปิดแล้ว
เธอจงออกไปสู่อิสรภาพที่ไร้ขีดจำกัด
จินตนาการรอเธออยู่ที่นั่น
ในคืนมืดมิดมีแสงไฟแห่งจินตนาการที่ปากทาง
ฉันบินออกไปสู่แสงไฟที่ไกลแสนไกลดวงนั้น
เพื่อตามหาอนาคตที่เป็นไปได้ด้วยตัวฉันเอง
นี่แหละคือพลังที่ทำให้ฉันก้าวไปอย่างมั่นคง
……………………………………………………………………………………………………