กระบวนการเปลี่ยนตนเองทั้งสี่ประการ ที่พระเจ้าทรงประทานแก่มนุษย์
กระบวนการเปลี่ยนตนเองทั้งสี่ประการ ที่พระเจ้าทรงประทานแก่มนุษย์
- การให้อภัยกับความไม่สมบูรณ์แบบที่ธรรมชาติหรือพระเจ้าสร้างสรรค์ให้
พระเจ้าหรือธรรมชาติไม่ได้สร้างสรรค์ให้ทุกสิ่งสมบูรณ์แบบในตัวเอง เพราะหากทรงทำเช่นนั้น สิ่งต่างๆ จะไม่มีทางเลือก และถูกบีบบังคับให้ต้องเหมือนกันหมด คือ สมบูรณ์แบบตามที่พระเจ้าทรงคิด ดังนี้ พระองค์จึงสร้างสิ่งที่ไม่สมบูรณ์แบบขึ้นมาก่อน เพื่อเปิดโอกาสให้เกิดความหลากหลาย การลองผิดลองถูก และการเลือกทางเดินไปสู่ความรอด เพื่อให้เราทั้งหลายได้มั่นใจและศรัทธายิ่งขึ้นว่าทางรอดที่พระเจ้าเตรียมไว้ให้กับเรานั้น เป็นทางที่ดีที่สุด ดังนั้น พระองค์จึงทรงให้เราได้เลือกทางเอง และทดลองเดินทางอื่นๆ ทั้งหลายทั้งมวลดูด้วยตนเองก่อนที่จะรับทางรอดจากพระองค์ ความไม่สมบูรณ์แบบเท่านั้นจึงเอื้ออำนวยให้เกิดกระบวนการเช่นนี้ได้ ฉันอยากให้เธอทั้งหลายได้ให้อภัยกับความไม่สมบูรณ์แบบที่พระเจ้าทรงประทานให้แก่เรา นั่นก็เพื่อสิ่งที่ดีที่สุดแก่เรานั่นเอง และทางที่จะเปิดให้เธอทั้งหลายใกล้ชิดพระเจ้าอย่างรวดเร็วที่สุด คือ “การให้อภัย” ให้อภัยทุกสิ่งที่ไม่สมบูรณ์แบบ ตัวเองที่ไม่สมบูรณ์แบบ และเพื่อนมนุษย์ที่ไม่สมบูรณ์แบบ
- ใจที่เข้มแข็งพร้อมเปิดรับความจริง เผชิญหน้ากับความเป็นจริง
ความจริงเป็นสิ่งที่รับได้ยาก ฉันคิดว่าเราทั้งหลายอยากเปิดใจรับสิ่งที่ตนเองอยากได้ยินแม้ว่ามันจะไม่จริงก็ตาม มากเสียยิ่งกว่าจะเปิดใจรับความจริงที่ตนเองไม่อยากได้ยิน เราเลือกที่จะโกหกและหลอกลวงตนเองมานานแล้ว เพราะความอ่อนแอของเราทั้งหลาย จึงไม่กล้าเผชิญหน้ากับความเป็นจริง เหตุใดเราจึงไม่ยอมปลดปล่อยให้ตนเองได้พบกับความจริงที่เราไม่เคยรับรู้ เปิดโอกาสให้ตนเองได้เป็นคนใหม่ที่เข้มแข็งกล้าหาญ กล้าเผชิญหน้ากับความเป็นจริงบ้าง หลายครั้งพระเจ้าสื่อสารกับพวกเราผ่านทางพระจิต คือ จิตวิญญาณของเราเอง บอกความจริงแก่เราหลายอย่าง แต่พวกเราก็มักที่จะคิดว่ามันไม่จริงเพียงเพราะว่ามันไม่ได้เป็นไปตามที่เราความหวัง เช่น ยอดขายที่สังหรณ์ว่าจะต้องตกแน่ๆ และมันก็ตกจริงๆ แต่เราก็ยอมรับมันไม่ได้ พยายามหลอกตัวเองด้วยหลักการคิดเชิงบวก เพื่อสร้างกำลังใจในการขาย ไม่จริงหรอก เราอ่อนแอจนไม่กล้าเผชิญหน้ากับความจริงถึงขนาดนี้ แล้วเรายังกล้าที่จะขายได้อย่างไรกัน นี่เป็นเพียงแค่ตัวอย่างเท่านั้น
- การถูกทดสอบให้อดทนรอพระหัตถ์ของพระเจ้าด้วยศรัทธา
ขอเพียงมีใจที่ศรัทธาแน่วแน่ว่าพระเจ้าจะประทานโอกาสให้พวกเราได้รับความรอดในแบบต่างๆ ที่เหมาะสมกับตัวเอง แม้มันจะไม่ใช่ในแบบที่เราคาดคิดหรือคาดหวังมาก่อน เช่น การที่คนผู้หนึ่งอยากได้งาน แต่กลับไม่ผ่านการคัดเลือก เขาอาจต้องกลับไปใช้เวลาว่างทบทวนชีวิตตนเอง นี่ไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการนัก แต่พระเจ้าได้ให้โอกาสเขาในการเริ่มต้นใหม่อย่างเข้มแข็งกว่าเก่า ด้วยการให้โอกาสเขาในการทบทวนตัวเองนั่นเอง การจะได้รับความรอดจากบาปกรรมต่างๆ โดยพระเจ้านั้น พระองค์จะทรงทดสอบเราก่อน เราจำเป็นต้องมีความอดทนในการทดสอบนั้นๆ และมั่นคงในศรัทธาก็จะผ่านการทดสอบได้ ฉันได้พบคนที่ผิดหวังจากการสมัครงานในครั้งแรก แต่เขามีความมุ่งมั่นในศรัทธา ในที่สุด เขากลับได้งานใหม่ที่ดีกว่างานที่เขาสอบตกนั่นเสียอีก อย่างนี้ก็มี
- การเสียสละบางสิ่งบางอย่างเพื่อรับความรอดจากบาปกรรมทั้งมวล
จุดมุ่งหมายของพระเจ้าคือฉุดเราให้รอดพ้นจากบาปกรรมทั้งมวล เพื่อนำพาเรากลับไปยังที่ที่ดีที่สุดที่พระเจ้าเตรียมไว้ให้แก่เรา และเราไม่จำเป็นต้องรอจนกระทั่งตายจึงจะรู้ได้ เราสามารถรับความรอดพ้นและได้ไปยังที่ที่ดีกว่าขึ้นเรื่อยๆ ได้ ในขณะปัจจุบันที่เรามีลมหายใจอยู่ แต่จุดมุ่งหมายของเรามักไม่ตรงกับพระเจ้ามากนัก เพราะความอ่อนแอไม่มั่นคงในศรัทธาของพวกเรา ทำให้พวกเราไม่เชื่อว่าพระเจ้าหรือธรรมชาติได้สร้างทุกอย่างไว้เหมาะสมดีแล้วแก่เราทั้งสิ้น เราไม่เชื่อ จึงลงมือสร้างด้วยตัวเอง ยึดครองด้วยตัวเอง ท้าทายพระเจ้าและเปลี่ยนแปลงทุกอย่างด้วยมือเราเองไปตามใจเราคิด โดยไม่ยอมปล่อยให้พระเจ้าเป็นผู้กระทำแทน นี่ไม่ใช่ทางที่จะทำให้เรารอดพ้นจากบาปกรรมเลย เรายึดความเชื่อผิดๆ ไว้ ไม่ยอมปล่อย เมื่อเราไม่ปล่อยมือออกจากสิ่งเดิมๆ ที่เคยยึดถือเสียก่อน แล้วจะเหลือมือไหนไว้รับพระหัตถ์จากพระเจ้าที่จะยื่นลงมาช่วยฉุดพวกเราออกจากบาปกรรมนั้นเล่า เมื่อเราจะรับพระหัตถ์จากพระเจ้า เราต้องรู้จักเสียสละก่อน