บาปกรรมทั้งหลายถูกล้างให้หมดไปได้อย่างไร

บาปกรรมทั้งหลายถูกล้างให้หมดไปได้อย่างไร

บาปกรรมทั้งหลายถูกล้างให้หมดไปได้อย่างไร

เมื่อเราเห็นไฟไหม้ไม้ท่อนหนึ่ง ทำอย่างไรจึงจะให้ไฟดับ?

ไม่ยากเลย เราเพียงอดทนรอด้วยศรัทธาว่าไฟจะดับเองได้ เมื่อไฟเกิดเองก็ย่อมดับเอง ขอเพียงเราไม่ใส่เชื้อไฟเพิ่มเข้าไป ไฟก็ต้องไหม้ท่อนไม้เชื้อเพลิงนั้นจนหมดและดับลงเอง พระเจ้าทรงสร้างสิ่งต่างๆ สมบูรณ์อยู่แล้วในตัวของมันเอง และในความสมบูรณ์นั้น ไม่ใช่ความ “สมบูรณ์แบบ” ในแบบที่มนุษย์คิดและยึดถือกัน แต่มันสมบูรณ์ในการเริ่มและจบลงได้เองโดยที่เราไม่จำเป็นต้องลงมือกระทำอะไรเลย ดังนั้น พระเยซูจึงสอนให้เราล้างบาปเสีย คือ เลิกการกระทำใดๆ อันเป็นบาปกรรม เพราะพระเจ้าทรงกระทำให้แก่เราแล้ว เราจึงไม่จำเป็นต้องลงมือกระทำอะไร นอกเสียจากเรื่องพื้นๆ ในการรักษาสิ่งที่พระเจ้ามอบไว้ให้เราดูแล ที่เรามีอยู่ จนกว่ามันจะหมดเวลาและจากเราไปเท่านั้นเอง

พระเจ้าสร้างทุกอย่างให้สมบูรณ์ในการเข้ามาหาเรา และจากเราไป สิ่งต่างๆ เข้ามาหาเราเองและเมื่อถึงเวลามันก็จะจากเราไปเอง สิ่งต่างๆ เกิดขึ้นเองและเสื่อมสลายไปเอง โดยสมบูรณ์ในตัว อย่างนี้ แต่ไม่ใช่สมบูรณ์แบบตามความยึดมั่นถือมั่นของมนุษย์ ว่าจะ ต้องเป็นอย่างนั้น มีรูปร่างอย่างนี้ ดำเนินไปอย่างนั้นอย่างนี้ ก็หาไม่ หากเราคิดว่าความสมบูรณ์แบบต้องเป็นตามแบบที่เราคิด นั่นหมายความว่าเราเริ่มคิดที่จะสร้างสิ่งต่างๆ เอง ไม่เปิดโอกาสให้พระเจ้าแสดงสิ่งที่พระองค์สร้างไว้ให้แก่เราแล้วทั้งสิ้น นั่นเพราะเราไม่เชื่อว่าพระองค์สร้างสิ่งต่างๆ แก่เราแล้ว เราจึงกำหนดความสมบูรณ์แบบในแบบของเรา และไม่สนใจที่จะมองดูความสมบูรณ์ในแบบที่พระเจ้าสร้างขึ้น หากมนุษย์เราเข้าใจอย่างแท้จริงในความสมบูรณ์ของทุกสิ่งที่พระเจ้าสร้างขึ้น เราก็ย่อมจะไม่ต้องกระทำการสร้าง และทำลายเลย เพราะพระเจ้าทรงสร้างให้สิ่งต่างๆ เกิดขึ้นและดับลงไปเอง, เข้ามาและจากไปเอง สมบูรณ์ในตัวแล้ว เรามีหน้าที่เพียง “รักษา” สิ่งที่พระเจ้าประทานให้แก่เราชั่วคราว จนกว่ามันจะถึงเวลาดับสลายจากเราไปเท่านั้น เราก็จะหมดจากภาระหน้าที่ที่พระเจ้ามอบให้เราดูแลมันไป หน้าที่ “รักษา” นี้ ก็เป็นหน้าที่ชั่วคราวของเราเท่านั้น

อนึ่ง บางครั้ง พระเจ้าต้องการให้เราเรียนรู้วิธีการสร้างและทำลายที่พระองค์ได้สร้างไว้ในสรรพสิ่งบ้าง ทำให้มีสิ่งใหม่ๆ เข้ามาในชีวิตเรา ให้เราต้องสร้างทำ และต้องทำลายก็มี แต่นี่ไม่ใช่หน้าที่หลักของเรา เป็นเพียงกระบวนการเรียนรู้ที่พระเจ้าต้องการทดสอบเราเท่านั้น บางครั้ง เราต้องสร้างบ้านใหม่ นั่นอาจเป็นบททดสอบที่พระเจ้าต้องการให้เราเรียนรู้ บางครั้งเราต้องทำลายคนไม่ดีให้ออกไปจากบางที่ เช่น การลงโทษประหารชีวิต นี่ก็เป็นการทดสอบจากพระเจ้าให้เราได้เรียนรู้เท่านั้น ไม่ใช่หน้าที่หลักที่จะให้เรายึดมั่นถือมั่นเลย เราทำเพียงเพราะพระเจ้าต้องการให้เรียนรู้ให้ผ่านการทดสอบเท่านั้นเอง สิ่งที่สำคัญที่สุดที่มนุษย์ต้องกระทำคือ “การล้างบาป” ให้จิตบริสุทธิ์เหมือนความบริสุทธิ์ของพระเจ้า เพื่อกลับไปสู่สถานที่ที่พระองค์รออยู่ เราจำเป็นต้องชำระล้างบาปกรรมก่อน ให้บริสุทธิ์เหมือนกับพระองค์ การล้างบาปเป็นหน้าที่หลักของเรา การสร้าง, รักษา และทำลาย เป็นเพียงหน้าที่ชั่วคราวที่เราเรียนรู้จากบททดสอบของพระเจ้าให้ผ่านไปเท่านั้น เพื่อให้เข้าใจถึงความสมบูรณ์ในตัวเองของสรรพสิ่ง คือ เกิดเองก็ดับเองได้ มาเองก็ไปเองได้ เท่านั้นเอง “บาป” เป็นเพียงบททดสอบหนึ่งของพระเจ้าที่จะทรงพิจารณามนุษย์ว่ามีความศรัทธาแน่วแน่ต่อพระเจ้าหรือไม่ ถ้าศรัทธาอ่อนแอเพราะความอ่อนแอของเรา เราจะยอมให้บาปครอบงำไปสู่ทางบาปทั้งหลาย หากเรามีศรัทธาที่เข้มแข็ง เราย่อมที่จะต่อสู้กับบาปกรรมทั้งหลาย สลัดตัวเองออกให้หลุดพ้นจากบาปกรรมนั้นๆ ซึ่งเมื่อเวลานั้นมาถึง พระเจ้าจะทรงยื่นพระหัตถ์มาช่วยเรา ทำให้เราได้รับความรอดพ้นจากบาปกรรมได้ง่ายขึ้น เราเพียงแต่อดทนรับแบบทดสอบจากบาปกรรมที่พระเจ้าทรงกำลังทดสอบความศรัทธาของเราเท่านั้น บาปกรรมเหล่านั้น ย่อมเหมือนไฟไหม้ฟาง เมื่อไหม้จนหมดเชื้อ ก็ต้องดับลงไปเองในที่สุด เมื่อถึงเวลานั้นเราย่อมเห็นแจ้งชัดในความสมบูรณ์ในตัวเองของทุกสิ่งที่พระเจ้าสร้างขึ้น แม้กระทั่งบาป อันเป็นเพียงบททดสอบของพระเจ้าเท่านั้น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น