โลกไม่ใช่ที่อาศัยถาวรของเรา พระเจ้าทรงรอเราอยู่ในที่ที่ดีกว่าโลกนี้
โลกไม่ใช่ที่อาศัยถาวรของเรา พระเจ้าทรงรอเราอยู่ในที่ที่ดีกว่าโลกนี้
เราเคยหลงเพลินกับโลกที่เต็มไปด้วยวัตถุปรนเปรอต่างๆ นี้ จนเมื่อถึงวันหนึ่งเราเริ่มตื่นขึ้นมาพบว่าโลกได้เปลี่ยนแปลงไปมาก ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว บางคนว่าโลกป่วย บางคนว่าโลกร้อน อันที่จริงนั้น โลกเป็นอย่างนี้เอง ธรรมชาติหรือพระเจ้าไม่ได้สร้างโลกนี้ให้เราอยู่อาศัยอย่างถาวร ธรรมชาติหรือพระเจ้าได้สร้างโลกที่ดีกว่าไว้รอเราอยู่ตั้งแต่ต้นแล้ว เพียงแต่เราได้กระทำบาปกรรมจนต้องลงมารับบาปกรรมต่างๆ บนโลกปัจจุบันนี้เท่านั้น ดังนั้น โลกไม่ได้ดีหรือเลว แต่มันไม่เหมาะที่เราจะยึดอยู่ตลอดไปเท่านั้นเอง
ฉันกล่าวอย่างนี้กับเธอไม่ใช่เพื่อให้เธอตกใจ หรืออยากหนีไปจากโลก หาโลกจากดาวดวงใหม่หรือรีบปลิดชีพไปหาพระเจ้าก็หาไม่ เพราะนั่นไม่ใช่สิ่งที่พระเจ้าต้องการ มนุษย์ที่อ่อนแออย่างนั้นจะหาทางกลับคืนสู่ที่ๆ พระเจ้าทรงสร้างไว้ให้แต่เริ่มแรกนั้นได้อย่างไร เหมือนนกที่อ่อนแอย่อมไม่อาจบินขึ้นที่สูงได้ฉันใด คนที่อ่อนแอและไม่ผ่านการทดสอบจากพระเจ้าก็จะไม่ได้รับความรอดจากพระองค์ฉันนั้น พระเจ้าทรงเตรียมความรอดไว้แก่คนทุกคนแล้ว แต่ทุกคนต้องผ่านการทดสอบให้ได้ก่อน จึงจะได้รับความรอดนั้น และได้กลับคืนสู่ที่ที่ดีกว่านี้ ซึ่งเป็นที่ที่เราทั้งหลายได้เคยอยู่อย่างมีความสุขสงบมาก่อนนั่นเอง
หลายคนยังคงหลงยึดถือโลกนี้เป็นที่มั่นถาวร ทั้งๆ ที่ภัยอันตรายต่างๆ ได้รุมล้อมพวกเขาเข้ามาทุกวัน พวกเขาก็เหมือนกับ อดัมและอีวา ที่ถูกลงโทษให้ออกจากสวนเอเดน และต้องมาอยู่ในที่ๆ ลำบาก ต้องแก่งแย่งแข่งขัน ต่อสู้ดิ้นรนอย่างหนักเพื่อเอาตัวรอด ทว่าพวกเขายังหลงอยู่ว่าโลกที่เขาอยู่นี้นั้นเป็นโลกที่ดีสำหรับเขา พวกเขาหลงลืมไปว่าโลกที่พระเจ้าสร้างให้พวกเราแต่แรกนั้นดีกว่านี้มากนัก เป็นโลกที่สงบสุขและไม่เต็มไปด้วยบาปกรรมอย่างนี้ พระเจ้าไม่ได้มอบหมายให้เรามาสร้างโลกที่เต็มไปด้วยบาปกรรมนี้ให้กลายเป็นโลกในแบบของพระเจ้า แต่ทรงรอพวกเรากลับคืนสู่โลกที่พระองค์สร้างไว้แล้ว สำเร็จแล้ว ดีงามพร้อมอยู่แล้วต่างหาก เพียงแต่พวกเราผ่านการทดสอบ และมีความเข้มแข็งพอที่จะกลับคืนสู่โลกที่พระเจ้าสร้างไว้ให้เท่านั้น โลกนี้ก็เป็นเพียงสถานที่ทดสอบเท่านั้นเอง ไม่ใช่ที่ยึดมั่นอาศัยถาวรของเราเลย ยิ่งเรากระทำสิ่งใดกับโลกใบนี้มาก ก็จะยิ่งเร่งให้โลกป่วยมากขึ้น ร้อนมากขึ้นและย้อนกลับมาทำร้ายพวกเราเองมากขึ้น
หลายคนเริ่มอยากไปสู่โลกใหม่แต่อ่อนแอเกินไปที่จะรับการทดสอบจากพระเจ้าพวกเขาร้องหาโลกใหม่ที่ดีกว่าโลกนี้ บ้างอยากหนีจากโลกไป ตายจากโลกไปก็มี นี่คือ ความอ่อนแอ ไม่ใช่มนุษย์ที่เข้มแข็งและพร้อมกลับคืนสู่โลกที่พระเจ้าสร้างไว้ให้ที่ดีกว่าโลกนี้เลย หลายคนที่อ่อนแอเริ่มกลับไปยึดมั่นถือมั่นโลกแห่งบาปกรรมนี้ไว้อย่างเดิม ในขณะที่หน้าที่ของเราที่มายังโลกใบนี้คือ การอดทนต่อบาปกรรมต่างๆ พัฒนาจิตวิญญาณของเราให้เข้มแข็งพร้อมที่จะกลับคืนสู่โลกที่พระเจ้าเตรียมไว้ให้ พร้อมทั้งฉุดช่วยเพื่อนสัตว์ด้วยกัน นี่คือ “ความรอด” ที่พระองค์ทรงรอพวกเราและทรงยื่นพระหัตถ์มาสู่เราทั้งหลาย เพียงเราปลดปล่อยมือที่ยึดมั่นถือมั่นในโลกใบนี้ลง เราก็จะมีมือเหลือพอที่จะเปิดรับและสัมผัสกับพระหัตถ์ของพระเจ้า และได้รับการฉุดออกจากโลกแห่งบาปกรรมนี้ ไปสู่โลกที่ดีกว่าของพระเจ้านั้น นี่คือ การได้รับ “ความรอด” จากโลกแห่งบาปกรรมนี้จากพระเจ้า
ขอจงเชื่อเถิดว่าพระเจ้าได้สร้างโลกที่ดีกว่าไว้รอเราแล้ว เราไม่จำเป็นต้องกระทำสิ่งใดๆ มากมายต่อโลกใบนี้ให้เหมือนโลกที่พระเจ้าทรงสร้างไว้ให้เราอีก เพราะยิ่งเป็นการทำร้ายโลกใบนี้ โลกใบนี้เป็นโลกแห่งบาปกรรมที่พระเจ้าทรงส่งเราลงมาเพื่อชำระบาป เมื่อชำระบาปกรรมและผ่านการทดสอบจากพระเจ้าแล้ว เราจะได้รับความรอดพ้นจากโลกแห่งบาปกรรมนี้ไปสู่โลกที่ดีกว่าที่พระเจ้าได้สร้างขึ้น ด้วยเหตุนี้ เราจึงไม่มีหน้าที่ใดๆ ที่จะกระทำต่อโลกแห่งบาปกรรมใบนี้เลย เรามีหน้าที่เพียงชำระบาปด้วยความเข้มแข็ง จนผ่านการทดสอบก็จะได้รับ “ความรอด” พ้นจากบาปกรรมของโลกนี้ไปตามลำดับ และสิ่งนี้สามารถพิสูจน์เห็นผลได้จริงตั้งแต่ยามที่เรายังมีชีวิต ชีวิตที่รอดจากบาปนั้นมีอยู่จริง