รวมบทความอนุตรธรรม ชุด พญาซาตานทั้งห้า
อนุตรธรรม เรื่อง ตอนนี้ประเทศไทยมีพญาซาตานกี่ตน
พญาซาตานมีทั้งหมดห้าตน เดิมทีอยู่เมืองฝรั่ง ฝรั่งนับถือบูชากันมากเพราะหวังรวย แต่ภายหลังฝรั่งพลังจิตอ่อนด้อย ทำให้ซาตานย้ายมาทางประเทศไทย ตอนนี้ซาตานทั้งห้า กำลังแตกคอกันแล้วจะแข่งกันเป็นใหญ่เสียเอง เพราะเห็นโลกไม่มีเทพดูแลมากพอแล้ว
ซาตานถือมีดอยู่นอกประเทศไทย คือ หัวหน้าผู้ก่อการร้ายสากล
น่าจะเป็นชาวแขกขาว ฝรั่งเสียซาตานตัวนี้ไปก่อน ทำให้เมืองฝรั่งอ่อนกำลังลงทันทีในวันที่ถูกวินาศกรรมตึกเวิลด์เทรดนั้นเอง จึงเป็นเครื่องแสดงให้เห็นว่าซาตานถือมีดได้ออกมาจากประเทศอเมริกาแล้ว และมันหันไปทำลายอเมริกา ด้วยเหตุผลการแตกคอกันเองของซาตานทั้งห้านั้น โชคดีที่คนไทยไม่มีใครโหดเหี้ยมพอที่ซาตานตนนี้จะเข้าแทรกได้ แม้แต่โจรใต้ของเราก็ยังไม่มีใครโหดเหี้ยมพอ บ้ามากพอที่จะได้ซาตานตนนี้ ถ้าได้มาเมื่อไร สถานการณ์ใต้จะรุนแรงกว่านี้มาก รัฐบาลจะไม่อาจสามารถคุมได้เลย
ซาตานถือสื่ออยู่ต่างประเทศ น่าจะเป็นเกาหลี
ซาตานถือสื่อมีอำนาจในการควบคุมสื่อมาก ทำให้สื่อมีอิทธิพลมาก ครอบงำคนให้หลงได้มาก ทำให้ทำหนังได้ดี ทำการสื่อสารการตลาดได้ดี ทำให้ประเทศเกาหลีใต้ที่เคยไม่ยิ่งใหญ่ กลายเป็นประเทศแนวหน้าด้านการค้ารองจากชาติใหญ่ๆ ในเอเชีย เช่น ญี่ปุ่น แต่ตอนนี้ซาตานตนนี้กำลังตีจากเกาหลีใต้ เพราะเจ้าของร่างกำลังหมดบุญ มันกำลังหาร่างใหม่ เป็นคนไทย เพราะมันสัมผัสได้ถึงพลังบุญของคนไทย ดังนี้ สื่อเกาหลีจึงเข้ามาประเทศไทยมาก และบ่อยขึ้น นี่คือ การแผ่อิทธิพลของซาตานตนนี้ ก่อนที่จะทำให้คนในประเทศไทยที่มันต้องการเปิดใจรับมัน มันก็จะเข้าแทรกร่างได้อย่างสมบูรณ์ต่อไป
ซาตานถือเงินอยู่นอกประเทศไทย แต่เป็นคนไทย
ซาตานตนนี้ถือเงินเป็นพระเจ้า ตอนแรกอยู่กับฝรั่ง แต่ฝรั่งมีหัวการเงินอย่างเดียว ไม่มีหัวการเมือง ไม่คิดก้าวเป็นใหญ่ ซาตานก็ออกจากร่างนั้น เพราะมันอยากเป็นใหญ่ เลยไปหาร่างอื่นอยู่แทน รอจนร่างนั้นก่อกรรม ได้รับโทษทางอาญาแล้วหนีไปไม่ยอมรับก็เปิดช่องกรรมให้ซาตานถือเงินตนนี้แทรกเข้าได้ ทว่า โชคดีที่ถูกจัดการออกไปแล้ว แต่ก็ไม่แน่ เพราะซาตานเป็นจิตวิญญาณ มันสามารถย้ายร่างจากร่างคนหนึ่ง ไปหาคนใหม่ได้ โดยเฉพาะคนที่ชอบแก้ปัญหาด้วยเงิน หรือใช้เงินเป็นเครื่องมือ เช่น พอชาวนาแย่ ก็แก้ไขด้วยการให้เงิน แจกเงิน เป็นต้น แบบนี้โอกาสที่ซาตานจะแทรกสูงมาก โดยเฉพาะคนที่มีตำแหน่งทางการเงินของประเทศ มีแววรุ่งด้วยแล้ว มันจ้องจะเอาร่างนั้นอยู่ ถ้าไปทำความผิดแล้วหนีคดีหรือปกปิดหรือไม่ยอมรับ-ยอมแพ้ ก็เกิดกรรมให้ซาตานแทรกได้
ซาตานถือปืนอยู่ในประเทศไทย
ซาตานถือปืนตอนนี้มาอยู่ในประเทศไทยแล้ว แต่ไม่ได้มาถาวร ยังเข้าๆ ออกๆ ร่างนั้นอยู่ ไม่ได้อยู่ประจำ มันอยู่หลายร่าง แต่กำลังวางแผนที่จะมาอยู่ถาวร เพราะเห็นแววและบุญของร่างนั้น จะได้อำนาจมาก จึงตีจากร่างที่หมดบุญแล้วอันได้แก่ ร่างของพวกฝรั่ง มาที่ร่างของคนเอเชียแทน ซาตานถือปืนจะมีอิทธิพลทางการเมืองคุมทหารและตำรวจได้ดี
ซาตานถือใยชักหุ่นอยู่ในประเทศไทย
ซาตานตนนี้ได้แทรกเข้าร่างผู้นำประเทศไทยที่ต้องการมีอายุยืนยาว แต่ปากกลับพูดไม่ตรงกับใจ เนื่องจากเป็นคนไม่จริงใจ ซาตานรู้ใจลึกๆ ว่าเขาไม่ต้องการตาย อยากมีชีวิตอยู่ต่อไปอีก ก็อาศัยจิตที่เปิดรับความอยากมีอายุยืนของเขา แทรกเข้าร่างได้ ซาตานตนนี้เคยจะแทรกเข้าผู้เขียนบ่อยมาก มาดลจิตดลใจบ่อยๆ แต่เข้ามาไม่ได้เต็มที่ เมื่อมาทีไร ก็จะเสนอให้ชีวิตที่ยืนยาว แต่ผู้เขียนก็ไม่สนใจ (ไม่อยากแก่ อายุมากคงลำบากแย่) คนที่อยู่เบื้องหลังการเมืองไทย ได้รับเอาซาตานตนนี้เข้าไปเต็มๆ โดยที่รู้ตัวหรือไม่ก็ตาม แต่เขาก็ถูกแทรกไปแล้ว และทำหน้าที่บงการการเมืองไทยอยู่เบื้องหลังเงียบๆ
อนุตรธรรม เรื่อง ความอยากเป็นจักรพรรดิอาจทำให้เป็นซาตาน
ในการบำเพ็ญบารมี บางท่านเพราะอยากเป็นจักรพรรดิ อาจทำให้กลายเป็นซาตานไปโดยไม่รู้ตัว อนึ่ง ซาตานไม่ได้แปลว่าเลวร้ายด้านเดียว ซาตานจะมาในด้านที่ดีมากต่อเรา ดังเช่นที่ฝรั่งให้การช่วยเหลือประเทศด้อยพัฒนาทั้งหลาย แต่ภายหลังซาตานจะเอาคืนชนิดที่มากเกินคุ้มเลย เช่น ช่วยเรายามลำบาก ให้เงินเราใช้หมื่นสองหมื่น แต่เวลาที่เขาแย่ เขาให้เราไปตายแทน หรือให้เราอธิษฐานถวายอายุขัยให้เขา เพื่อให้เขามีอายุยืนยาว แล้วเราอายุสั้นลงแทน วิธีแบบนี้ไม่ใช่วิธีของคนดีที่แท้จริง เป็นวิธีของซาตาน ซึ่งคนที่เป็นร่างที่อาศัยของซาตานนั้น อาจไม่เคยทำอะไรเลย ซาตานออกมาจากร่างนั้น แล้วดลจิตดลใจคนอื่นๆ ให้คิดและทำ โดยไม่ต้องสั่งเลยก็ได้ นี่คือ อำนาจของซาตาน
ทำอย่างไรจึงไม่เป็นซาตาน
๑) ยอมธรรมชาติ อย่าคิดเป็นพระเจ้ากำหนดธรรมชาติกำหนดดิน, น้ำ, ลม, ไฟ, ฝน
๒) ยอมจำนนกรรม ถ้าถึงเวลาอายุขัยสิ้นแล้วก็ปลงเสีย ถ้าฝืนชะตา ซาตานจะแทรก
๓) ไม่เป็นพระเจ้า ถ้าคิดเป็นพระเจ้า กำหนดทุกอย่าง โดยเฉพาะธรรมชาติ นี่ก็ไม่ดี
๔) ไม่บงการใคร ถ้าวางแผนบงการ, สั่งการ, ควบคุม, ชักใยเบื้องหลัง โดนแทรกได้
๕) ให้อิสรภาพ ถ้าไม่ให้อิสรภาพเขา แล้วทำสิ่งตรงข้าม ผูกมัดจิตใจเขาไว้ นี่ก็โดน
๖) พอเท่าที่ได้ ถ้าไม่พอใจ อยากได้อย่างนั้นอย่างนี้มากๆ ซาตานจะมาให้เราแทน
๗) อย่ามักขอ เช่น ไปบนบานสานกล่าว ขอนั่นขอนี่ บ่อยๆ มากๆ ซาตานจะมาแทน
๘) เชื่อสวรรค์ คือ เชื่อว่าสวรรค์เขาทำงานได้ดีอยู่แล้ว เราไม่ต้องไปขออะไรเขาอีก
๙) มีอุดมการณ์ ไม่ใช่คนที่ถูกซื้อตัวได้ง่าย พอเขาให้นั่นให้นี่ ก็ตกเป็นทาสซาตาน
คนที่เป็นปัจเจกชน, ทุนนิยม, บริโภคนิยม, วัตถุนิยมเหล่านี้ เสี่ยงต่อการถูกซาตานแทรกมาก โดยเฉพาะการทำงานกับสื่อต้องมีจริยธรรมมาก จึงจะปลอดภัย เช่น เครือเนชั่น นี่ค่อนข้างปลอดภัยระดับหนึ่ง แต่บางสื่ออาจถูกซาตานครอบงำได้ ปัจจุบันสื่อไทยยังไม่ถูกซาตานครอบงำ เรามีพลังปกป้องตัวเองได้ดี มีปัญญาพอเท่าทันได้ดีกว่าพวกฝรั่ง
คิดอยากดัง ก็ไม่ต้องใช้สื่อ
คนที่อยากได้รับความนิยม, ได้รับคะแนนนิยม, ได้รับความชื่นชม, ได้เป็นที่รู้จัก โดยใช้สื่อซื้อเอา ไม่ใช่เพราะสื่อเขามาทำเอง แบบนี้ โอกาสเสี่ยงมากที่จะถูกซาตานครอบงำ คนที่มีอิทธิพลมืด ทำธุรกิจมืด เช่น เบื้องหน้าขายของเก่า เบื้องหลังขายยาเสพติด นี่ก็มีโอกาสถูกซาตานครอบงำได้ง่ายมาก คนที่ชอบบงการคนอื่น อยู่เบื้องหลังไม่เปิดเผยตัว ก็มีโอกาสถูกซาตานครอบงำ คนที่ใช้เงินเป็นอาวุธสั่งการคนอื่นๆ ให้ทำกิจต่างๆ โดยลับ ไม่ถูกต้องตามหลักศีลธรรมก็มีโอกาสถูกซาตานครอบงำ คนเหล่านี้ไม่พ้นจากมือซาตาน อนึ่ง ซาตานมีหลายตัวหลายชนิด เหมือนสัตว์เดรัจฉานก็มีหลายตัวหลายชนิดเหมือนกัน อำนาจของซาตานแต่ละตัวแตกต่างกันออกไป โดยมีตัวใหญ่ๆ ห้าตัว เรียกว่า “Boss” ก็ได้ ได้แก่ ซาตานผู้ถืออำนาจทหาร, ซาตานผู้ถืออำนาจเงิน, ซาตานผู้ถืออำนาจอิทธิพลมืด, ซาตานผู้ถืออำนาจสื่อ, ซาตานผู้ถืออำนาจชักใยเบื้องหลัง โดยซาตานที่มีอำนาจน่ากลัวที่สุด คือ ซาตานตัวสุดท้าย ซาตานตัวนี้มี “สวัสดิกะ” เป็นอาวุธทิพย์ที่มีอำนาจตรง กันข้ามกับธรรมจักร ทำให้ศาสนาถูกทำลายไม่เหลือเลย แม้มีศาสนาให้เห็นอยู่ ก็จะมีแต่สมมุติศาสนา เป็นของจอมปลอมเท่านั้น อนึ่ง สวัสดิกะมีอำนาจคล้ายธรรมจักร คือ ใช้ในการขับเคลื่อนเพื่อปกครองคน ทำให้สังคมเคลื่อนไปได้ แต่มันไปทางมืด ทำให้คนโง่ลง ไม่ทำให้คนมีปัญญามากขึ้นเพื่อให้คนอยู่ใต้การปกครองได้ง่ายๆ ไม่ต่อต้าน ไม่เรียกร้อง ยอมจำนนทุกอย่างแต่โดยดี ยิ่งถ้าผู้มีธรรมจักรหรือคทาวัชระเสียท่าเขาแล้ว ประชาชนมากมายก็จะไหลไปทางนั้นด้วย ก็คือ หลงเข้าทางมืดไร้ปัญญากันหมด ซาตานตนนี้ใช้ศาสนาเป็นเครื่องมือทำให้คนยอมจำนนอยู่ภายใต้อุ้งมือนั้น เหล่านี้เป็นกรรมหนัก เขาจะดูเป็นคนดีมาก สนับสนุนศาสนาเต็มที่ แต่เขาไม่เข้าใจศาสนาเลยนำพาไปผิดทาง
อนุตรธรรม เรื่อง ซาตานคือธรรมชาติที่ตรงข้ามกับพระยูไล
พระยูไลก็คือพระเจ้านั่นเอง ผู้บำเพ็ญบารมีได้ถึงยูไลแล้ว เมื่อละสังขารลงจะจุติไปบนสวรรค์ มีอำนาจดูแลและดำเนินการเกี่ยวกับความเป็นไปของโลกได้ ดังนั้น ด้วยฐานะนี้ เราจึงเรียกได้ว่าเป็น “พระเจ้า” นั่นเอง อนึ่ง พระยูไลไม่ได้ทรงกิจโปรดหรือสอนธรรมอย่างเดียว แต่ทำหน้าที่ดูแลสามภพและความเป็นไปของสามภพด้วย เช่นเดียวกับมหาเทพจากพรหมโลก ก็ทำหน้าที่นี้เช่นกัน ดังนั้น มหาเทพฮินดู จึงถูกเรียกว่าพระเจ้าหรือเทพเจ้าก็ได้เช่นกัน คำว่าพระเจ้าเป็นแค่สมมุติไม่ต้องไปใส่ใจมาก เอาเป็นว่าผู้มีอำนาจดูแลความเป็นไปของสามภพได้ มนุษย์เราก็เรียกกันไปว่า “พระเจ้า” ก็เท่านั้น
พระยูไลทั้งห้าองค์กับพญาซาตานทั้งห้า
พญาซาตานใหญ่ๆ มีห้าตน จะมาครองโลก และหาประเทศที่เป็นศูนย์กลางของโลก ซึ่งตอนนี้ก็กำลังเคลื่อนย้ายจากอเมริกามาที่ประเทศเอเชีย และเริ่มจะเข้ามาที่ประเทศไทย อนึ่ง ซาตานทำตัวเป็นพระเจ้า แต่เขาไม่ใช่พระเจ้าที่แท้จริง จึงถูกเรียกว่าซาตาน ดังนี้ พระยูไลกับซาตานจึงทำสิ่งเดียวกันคือจัดการโลก แต่พระยูไลได้รับการยอมรับว่าทรงมีบารมี, ปัญญาและความสามารถเหมาะสมที่จะจัดการโลกได้ ส่วนซาตานนั้นยังทำไม่ได้ เพราะไม่มีความเข้าใจดุลยภาพของสามภพอย่างแท้จริงเช่น ไปกำหนดความเป็นไปของธรรมชาติดิน, ฟ้า, อากาศ ฯลฯ หรือไปทำลายดัดแปลงธรรมชาติ เอาใจมนุษย์มากไป ก็เพื่อให้ตนได้รับความนิยมศรัทธา โดยไม่สนใจว่ามนุษย์จะหลงทางเดินทางผิดอย่างไร
พระยูไลที่สำคัญทั้งห้าองค์มีใครบ้าง
๑) พระยูไลทรงดอกบัวทิพย์ ผู้ทรงสมดุลแห่งปัญญาและฤทธิ์
ร่างมนุษย์ของพระยูไลองค์นี้อยู่ที่ภาคอีสาน ทำกิจสอนธรรม สอนสมาธิคน เมื่อคนทำสมาธิก็จะมีดอกบัวทิพย์แบ่งภาคออกมา แล้วเข้าไปหมุนจักระให้คน จนคนเกิดอาหารหมุนวนถึงขนาดกลิ้งไปกลิ้งมาเลยทีเดียว อัศจรรย์มาก แต่ก็เป็นจริง เห็นจริง เกิดจริง ส่วนท่านอื่นที่ไม่มีดอกบัวทิพย์ไม่สามารถทำได้ (ผู้เขียนเคยลองทำแล้ว ไม่ได้ผล)
๒) พระยูไลทรงเจดีย์บุ่นเซียง ผู้ทรงเป็นเลิศทางฤทธิ์ภาคปราบ
ร่างมนุษย์ของพระยูไลองค์นี้อยู่ที่ภาคเหนือ แทบไม่ได้ทำกิจอะไร วันๆ มีแต่จิตวิญญาณที่ร้ายๆ เข้าแทรก เพราะถูกเจดีย์บุ่นเซียงดูดมากักเก็บ จากนั้นก็จะรู้สึกได้ว่าตนมีอะไรมาแทรกในตัว และจะทรมานเหมือนถูกกักตัวหรือถูกทรมาน เกิดความคิดฟุ้งซ่านมาก ก็จะค่อยสงบไปเองในไม่กี่วันนัก ยิ่งใช้งานมาก กำลังของเจดีย์บุ่นเซียงก็แก่กล้าขึ้นเรื่อยๆ
๓) พระยูไลทรงแก้วมณีรักษาโรค ผู้ทรงเป็นเลิศทางฤทธิ์ภาคโปรด
ร่างมนุษย์ของพระยูไลองค์นี้อยู่ที่กรุงเทพฯ ทำกิจสอนธรรม สอนสมาธิคน และสอนการรักษาโรคด้วยพลังปราณ (ออร่าบำบัด) เนื่องจากไม่ได้ใช้ยาใดๆ รักษาโรค จึงบำเพ็ญได้ดวงแก้วมณีแห่งการรักษาแทนที่จะได้หม้อยาทิพย์ การจะบำเพ็ญเช่นนี้ได้ ต้องถ่ายลมปราณช่วยรักษาคนบ่อยๆ จนกว่าบารมีจะเต็มถึงขั้นสำเร็จยูไลก็จะบังเกิดแก้วมณีนี้
๔) พระยูไลทรงคทาวัชระแสงธรรม ผู้ทรงเป็นเลิศทางปัญญาภาคปราบ
ร่างมนุษย์ของพระยูไลองค์นี้อยู่ที่ภาคเหนือตอนล่าง ทำกิจสอนธรรมทางสื่อ แต่ไม่เปิดสำนักทางแจ้ง เนื่องจากทรงคทาวัชระโปรดสัตว์ในมิติมืด ไม่ได้โปรดสัตว์ทางโลกแจ้ง พลังแสงธรรมของคทาวัชระสามารถขจัดความมืดของพลังมืดที่เกิดจากสวัสดิกะได้
๕) พระยูไลทรงคัมภีร์ดอกบัวทิพย์ ผู้ทรงเป็นเลิศทางปัญญาภาคโปรด
ร่างมนุษย์ของพระยูไลองค์นี้อยู่ที่ภาคเหนือตอนบน ทำกิจสอนธรรมแบบเปิดสำนักทางแจ้ง เนื่องจากทรงคัมภีร์ดอกบัวทิพย์ จึงโปรดสัตว์ทางโลกแจ้งได้ดี เวลาสอนธรรมไม่ต้องอ่านหนังสือ ธรรมะจะออกมาเองจากภายใน แม้แต่เวทย์มนต์คาถาก็เช่นกัน
อนุตรธรรม เรื่อง ทิพยศาสตราวุธที่เหนือกว่าคุณไสย
ปัจจุบันคนชอบทำคุณไสยกันมากเป็นพาณิชย์เลย คือ ทำครั้งหนึ่งเป็นหมื่นๆ ชิ้น เอาออกมาให้เช่าบูชาเพียบ แต่ของแบบนี้ไม่ได้แรงอะไรนัก สำหรับผู้ไม่ฝึกจิตแล้ว อาจได้รับผลกระทบโดยไม่รู้ตัว เช่น ไม่รู้ทำไมชอบซื้อของแต่ร้านนั้นๆ นี่บางคนก็เป็นไปแล้วแบบนี้ แต่สำหรับคนที่ฝึกจิตดี ไม่ค่อยมีปัญหา หรือมีก็พอผ่านได้ไม่ยาก ของพวกนี้ไม่ค่อยแรง แต่ปัจจุบันเริ่มเอาของแรงๆ มาเล่นกัน ไม่ใช่ของที่ทำทีเป็นหมื่นแจกกันอีกแล้ว แต่เป็นของที่ “สั่งทำเฉพาะ” ในการทำกิจต่างๆ เช่น กิจเพื่ออำนาจทางการเมือง ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ไม่ว่ากัน ไม่ว่าใครถูกใครผิด ใครดีใครชั่วหรอกนะ ถือว่าเป็นเวไนยสัตว์เหมือนกัน ในเมื่อเล่นกันเปิดเผยถึงขนาดนี้ ก็พิมพ์บทความเผยแพร่ไปเสียเลย
ทิพยศาสตราวุธคืออะไร?
คือ “ของทิพย์ที่ได้จากการบำเพ็ญบารมี” แบบต่างๆ เช่น พวกยักษ์ที่ไปทำสมาธิ เจริญฌานแล้วลับหอกโมกศักดิ์ หรือบูชาเทพเจ้าแล้วได้พรหรือได้ของศักดิ์สิทธิ์จากเทพเจ้านั้นมา ก็นำมาใช้ทำกิจต่างๆ ตามแต่ใจชอบของตน อันส่งผลให้เกิดฤทธานุภาพมากต่อผู้คนและสัตว์ทั้งหลาย ซึ่งทิพยศาสตราวุธนี้ ก็ไม่ได้มีแต่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งฝ่ายเดียว คนที่ต่อสู้กันย่อมมีทั้งสองฝ่าย บางคนมีด้วยบารมีเก่าทำมา บางคนมีเพราะชาตินี้ตั้งใจฝึกเอาจนได้ก็มี อนึ่ง ของทิพย์นี้มีทั้งของที่เป็นของฝ่ายขาวและฝ่ายดำ ดังจะได้อธิบายต่อไป
ทิพยศาสตราวุธที่สำคัญในยุคปัจจุบันคืออะไร
ของทิพย์ที่สำคัญที่สุดในยุคนี้ คือ “จักรแก้ว” ซึ่งสามารถใช้ในการขับเคลื่อนสังคม เพื่อปกครองคน ขึ้นเป็นใหญ่ได้ เป็นอาวุธทำลายล้างศัตรูก็ได้ สร้างสรรค์ก็ได้ จักรแก้วเป็นสิ่งที่ตรงข้ามกับ “เกลียวมรณะ” หรือ “สวัสดิกะ” ซึ่งเมื่อหมุนแล้วจะทำให้ผู้คนถูกดึงดูดเข้าไปแต่แล้วกลับถอยออกมาไม่ได้ หรือถูกดูดจมหายไป ตอนนี้ สวัสดิกะทำงานแล้วที่สถานบันการเมืองการปกครอง ใครได้ขึ้นเป็นใหญ่ก็ต้องมีจบจนที่เลวร้าย พบหายนะทุกคน เมื่อก่อนไม่มีนะ เดี๋ยวนี้เพิ่งมี ไม่รู้ใครไปทำอะไรได้มา แต่เขาผู้นี้ต้องอยู่ในภาคของสถานบันการเมืองการปกครองแน่นอน (ขอไม่เดานะ) ลักษณะของคนที่มีของนี้อยู่คือจะมีคนหลงใหลคลั่งไคล้มาก อยากเข้าใกล้ มีพลังดึงดูดเข้าไป แต่เข้าไปแล้วทำให้โง่ลง ไม่อาจมีปัญญาพึ่งพาตนเองได้ อ่อนแอลง และต้องหาที่ยึดเกาะ เกาะใคร ก็เกาะคนที่มีสวัสดิกะนั่นแหละ พอเกาะแล้วก็อ่อนแอแล้วก็เหมือนถูกวังน้ำวนดึงดูดลงไป ช่วยตัวเองไม่ได้ สิ่งที่จะแก้ให้ได้คือ “ธรรมจักร” หรือ “จักรแก้ว” หรือ “คทาวัชระ” ก็ได้ ของทิพย์สามอย่างนี้ไม่เหมือนกัน ธรรมจักรมีพลังอำนาจสูงสุด แต่เด่นทางธรรม ส่วนจักรแก้วมีอำนาจรองลงมา แต่เด่นทางโลก ส่วนคทาวัชระนั้นไม่ได้มีอำนาจในการทำลายล้างหรือต้านทานกระแสวังวนของสวัสดิกะ แต่สามารถอยู่ในวังวนได้โดยไม่เป็นอะไรเลย
อนึ่ง สวัสดิกะปกติจะมีอยู่ในพวกซาตานคนที่บำเพ็ญได้มีมากมายที่เรารู้จักอย่างเปิดเผยที่สุดคือ “ฮิตเล่อร์” นั่นเอง ตอนนี้ฝรั่งบำเพ็ญได้กันมากมาย อยู่ในแวดวงฮอลลีวูด จริงๆ แล้วพวกเขาไม่ได้บำเพ็ญได้ด้วยตนเองหรอก แต่เพราะพวกเขาขายวิญญาณแลกความ สำเร็จทางโลกกับซาตานๆ ก็แทรกเข้ามาในตัวเขายึดครองร่างแล้วร่างนั้นจึงมีพลังสวัสดิกะได้ เคยไหมชอบดูอะไร คลั่งไคล้อะไรเป็นพิเศษ เหมือนมันมีพลังดึงดูดเรา แล้วเราก็สูญเสียความเป็นตัวเองไปทีละน้อย ปัญญาหดหายลง เป็นมนุษย์ที่อ่อนแอลง อ่อนไหวง่าย พลังจิตลดลง ถูกควบคุมได้ง่ายด้วยการตลาดและการสื่อสาร นี่ละ โดนมันเล่นแล้ว เดี๋ยวนี้ซาตานไม่ได้อยู่ในกายสังขารของมนุษย์คนเดิมไปตลอดนะ พอได้ร่างใหม่ก็ออก แล้วทิ้งร่างนั้นให้ตาย ตายแล้วมันก็เอาโซ่มาล่ามลากลงนรกมืดไปเลย ไปเป็นบริวารมัน พอมันออกจากร่างนั้นก็หาร่างใหม่ บางทีมันจะเลือกร่างที่มีอำนาจมากๆ คนชอบเยอะๆ มีเงินมากๆ ฯลฯ พอคนๆ นั้นหมดบุญ หรือหมดอายุขัยแต่ไม่อยากตายนึกถึงมัน มันก็เข้ามาแทรกทางจิตวิญญาณต่ออายุขัยให้ยาวขึ้น แล้วยึดครองร่างนั้นไปเลย น่ากลัวไหมละ
ของทิพย์ที่ใช้ต้านทานอำนาจของสวัสดิกะ
ตอนนี้ มีผู้บำเพ็ญบารมีได้มากหลายคน แต่พลังยังอ่อนอยู่ ไม่อาจต่อกรกับสวัสดิกะอันนี้ได้ เพราะอะไร เพราะซาตานตนนี้มีอายุขัยยืนยาว สวัสดิกะของมันมีกำลังมาก แต่เรามาเกิดเป็นคนแล้วบำเพ็ญบารมีด้วยตนเอง ตบะยังไม่ถึงร้อยปีเลยจะไปเทียบอะไรกับมันละ มีทางหนึ่งคือ เอาเทพองค์ที่ปราบมันได้เข้าตัวเรา แล้วปะทะกัน แบบนั้นก็เละเลย ธาตุสี่บนโลกนี้จะแปรปรวนมากแน่นอน ดิน, น้ำ, ลม, ไฟ ซัดกันกระจายยิ่งกว่าที่โดนตอนนี้
๑) ธรรมจักร
ธรรมจักรเป็นของที่ตรงข้ามกับสวัสดิกะโดยตรง ฝึกได้ด้วยการฝึก “สมาธิหมุน” ซึ่งจะหมุนคนละทิศกับสวัสดิกะ แต่ต้องฝึกนานหลายปีกว่าจะมีพลังอำนาจพอต่อกรกับของที่อยู่มานานกว่าได้ ตอนนี้มีผู้บำเพ็ญได้มากแต่ที่มีพลังมากมีน้อยคน ที่อีสานทีภาคเหนือ ตอนนี้ ศูนย์กลางพลังของสวัสดิกะนั้นอยู่ที่ “กรุงเทพฯ” ทำให้ดึงดูดผู้คนให้เข้าไปด้วยความโลภ, โกรธ และหลง จึงไม่ได้เข้ากรุงเทพฯ ด้วยจิตที่ดีนัก แต่ศูนย์กลางพลังของธรรมจักรอยู่ที่ภาคเหนือและภาคอีสาน ซาตานตนนี้ใกล้จะเปลี่ยนร่างแล้ว ถ้าร่างปัจจุบันตายลง ก็จะแทรกเข้าร่างที่มีอำนาจทางโลกรองลงไป (คงไม่ต้องเอ่ยนามนะว่าคือใคร)
๒) จักรแก้ว
จักรแก้วไม่ใช่อาวุธที่ใช้ต่อกรกับสวัสดิกะโดยตรง กำลังอำนาจของจักรแก้วน้อยกว่าของธรรมจักร ไม่เด่นด้านพลังขับเคลื่อน พลังดึงดูด แต่เด่นเรื่องการปราบ ทำลายศัตรู คนที่บำเพ็ญบารมีได้ก็มีอยู่แต่ยังไม่ถึงขั้นที่จะใช้ปราบซาตานที่มีสวัสดิกะได้ มันจะเหวี่ยงเอาจักรที่เราขว้างใส่มันทิ้งไปได้ ทำให้ไม่โนเป้า เวลามันเหวี่ยงออกอันตรายจะเกิดแก่คนที่ไม่รู้เรื่องด้วย หรือบางทีมันก็เหวี่ยงใส่บริวารของเราเสีย นี่จึงอันตราย ไม่ควรใช้จักรแก้ว
๓) คทาวัชระ
คทาวัชระไม่ได้ใช้ในการต่อกรกับสวัสดิกะโดยตรง แต่สามารถปกป้องตนเองได้ คือ ไม่ถูกพลังสวัสดิกะดูดไปเท่านั้น ยังสามารถยืนหยัดอยู่ได้แน่วแน่มั่นคง แล้วส่วนหัวของมันจะส่องแสงประกายออกเป็นพลังแสงแห่งปัญญาให้ผู้คนทั้งหลาย เกิดปัญญารู้แจ้ง หรือรู้ทันสวัสดิกะนั้น คทาวัชระนี้ผู้ใดได้ครองต้องระวังตัวเองด้วย เพราะถ้าซาตานจับตัวได้ จะเอาไปทำลายหรือฆ่าทิ้งเสีย เนื่องจากพลังของคทาวัชระไม่อาจต่อกรมันได้นั่นเอง ก็มีพระเยซูที่เดินตามรอยโมเสส ซึ่งบำเพ็ญได้คทาวัชระ แต่ท่านไม่ทันได้หนี ถูกฆ่าก่อน ตอนนี้ซาตานตัวใหญ่มาก เป็นเจ้าแห่งนรกมืดตนหนึ่งได้ครองกรุงเทพฯ แล้ว และบริวารของพวกมันออกมาจากนรกมืดด้วย พวกมันเข้าแทรกในกายสังขารของคนกรุงเทพฯ ที่จิตอ่อนกำลัง รู้ได้อย่างไรว่าถูกบริวารซาตานแทรกแล้ว ลองสังเกตตัวเอง ดูอย่างนี้
๑) ไม่ค่อยอยู่ในโลกแจ้ง เช่น ดูบอลทางทีวี แต่ไม่เล่นฟุตบอลในสนามกลางแจ้ง
๒) สื่อสารทางอ้อมแทน เช่น แทนที่จะไปหาเพื่อนพูดคุยเปิดเผย ก็ใช้มือถือแทน
๓) ติดสื่อมาก รับสื่อมาก เช่น ดูทีวี, อินเตอร์เน็ต, มือถือ, วิทยุ ฯลฯ ในโลกส่วนตัว
๔) เป็นปัจเจกชนมากขึ้น เช่น ไม่ค่อยพบเจอคนเพื่อสื่อสารกันตรงๆ แต่คุยผ่านสื่อ
๕) ไม่ยืนหยัดด้วยตนเอง เช่น ต้องหาที่พึ่งทางใจตลอด ไปหาหมอดู, คนทรง ฯลฯ
๖) ปัญญาน้อยลงมีแต่ความรู้ เช่น รู้มาก อ่านมาก แล้วมาพูดต่อ แต่คิดเองไม่เป็น
๗) พลังจิตมืดลง ไม่สว่าง เช่น หม่นหมองได้ง่าย, เหงา, ขี้กลัว, หวั่นไหวไม่มั่นคง
๘) พลังอำนาจลดลงไป เช่น เดิมเคยขายสินค้าได้ดีมากเหมือนมีมนต์ขลัง ก็หมด
๙) ถูกดึงดูดด้วยบางคน เช่น รู้สึกคลั่งไคล้, ปลื้ม, ศรัทธางมงาย บางคนได้มากๆ
อนึ่ง พึงทราบไว้ว่าซาตานไม่มีทางมาในรูปที่คนอย่างเรา ที่ไม่มีจิตสัมผัสระดับสูงจะจับได้เลย เราจะหลงเขามากจนคิดว่าเขาเป็นคนดี เพราะเขาจะมาในรูปคนที่ดีมากๆ น่ารัก น่าสงสาร น่าศรัทธามากๆ เช่น ไมเคิล แจ็คสัน ก็คือร่างหนึ่งที่ซาตานตนหนึ่งเคยอาศัย ดังนั้น เขาจะทำให้คนหลงใหลได้มากเหมือนฮิตเล่อร์ แต่ท้ายที่สุดจะไปสู่หายนะ
อนุตรธรรม เรื่อง การบำเพ็ญคทาวัชระ
คทาทิพย์มีมากมายหลายชนิด แต่ละชนิดมีลักษณะและคุณสมบัติแตกต่างกัน ดังนี้
๑) คทาไม่มีหัว
หรือไม้เท้านั่นเอง ไม้เท้าเป็นของใช้สำหรับการเดิน เพื่อช่วยให้เดินตรงทางไม่เอนไปมา ผู้บำเพ็ญต้องเริ่มจากการดำเนินไปด้วยปณิธานที่แน่วแน่ จิตใจเด็ดเดี่ยว มั่นคง ตัดสินใจแล้วไม่หวั่นไหว อนึ่ง ไม่เท้านี้ไม่ใช่กระบอง เพราะไม่ใช่อาวุธที่ใช้ในการฟาดหรือตีใคร
๒) คทาร้อยกระดิ่ง
เป็นคทาคู่บารมีขององค์พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ โดยมีส่วนยอดเป็นห่วงร้อยกระดิ่งไว้เพื่อให้เกิดเสียงเตือนภัยแก่สัตว์เล็ก ขณะเดินทางไกล สัตว์จะหนีไปไม่ถูกเหยียบตาย คทานี้ใช้นำทางผู้คนหลบหนีภัยหรือเดินทางไกล มักนำพาผู้คนอพยพไปยังที่ปลอดภัย
๓) คทาหยก
เป็นคทาคู่บารมีขององค์พระเมตตรัยและพระสมันตภัทร ไม่ได้ใช้ช่วยค้ำยันเวลาเดินแต่ใช้ประดับตัวเวลานั่งเอาวางแล้วผาดบ่าไว้ เวลาไม่มีเงินก็หมุนคทาหยกนี้ ก็จะมีเงินไหลออกมา ทำให้พระโพธิสัตว์สององค์นี้ หมุนเงินเข้ามาได้มากมาย เก่งในการหาเงินมาก
๔) คทาวัชระ
เป็นคทาของพระยูไล มีอำนาจเหนือของพระโพธิสัตว์กษิติครรภ์ขึ้นไปอีก มีสามสาม
- ส่วนตัวคทา (ปณิธานแน่วแน่มั่นคง)
เกิดจากความแน่นแน่มั่นคง มีปณิธานที่ยิ่งใหญ่หรือหาญกล้า ที่จะก่อตั้งหรือทำสิ่งใหม่ๆ ก่อให้เกิดเป็นตัวคทา ที่สามารถค้ำให้เกิดความมั่นคง, เสถียรภาพแก่สามภพได้ ตัวคทาไม่ต่างจากเสาค้ำสามภพ มีความแข็งแรงมั่นคง ดังจิตใจของผู้บำเพ็ญบารมีนั้นเอง
- ส่วนหัวคทา (ปัญญานำทางผู้คน)
ส่วนหัวคทาเหมือนแก้วมณีหรือเพชรฉะนั้น เกิดจากปัญญาที่ส่องสว่างประดุจคบเพลิงในช่วงแรกที่มีไฟแห่งปัญญาลุกโชนอยู่ ต่อมาจึงรวมพลังที่ไร้รูปนี้ขึ้นเป็นรูปหัวคทาถ้าคทามีแสงสว่างดุจเพลิงปัญญา จะนำทางผู้คนได้ด้วยปัญญาแต่จะร้อนแรง มีไฟมากเกินไป
- ส่วนรัศมีคทา (รัศมีสว่างทำลายความมืด)
รัศมีที่เปล่งออกจากหัวคทา ซึ่งถ้าเป็นรัศมีธาตุไฟสว่างไสวก็จริง แต่จะทำให้สัตว์ต่างๆ ได้รับภัยจากความร้อนแรงของแสงสว่างนั้น เกิดจากการสอนวิชาอันเป็นภัยแก่มวลสัตว์ จึงต้องหลบอยู่ในที่มืดแทน บำเพ็ญจนแสงนั้นเปลี่ยนเป็นแสงเจ็ดสีที่ไม่มีความร้อนแรง
ส่วนรัศมีคทานี้ จะแผ่ไพศาลไปไกลขนาดไหน ขึ้นอยู่กับการเผยแพร่ธรรมหรือการโปรดคน ถ้ารัศมีแผ่ไพศาลกว้างไกลมากก็โปรดมวลสัตว์ได้มากมาย ถ้ารัศมีวงแคบก็โปรดได้น้อย การจะแผ่รัศมีได้ไกลหรือใกล้ ขึ้นอยู่กับพลังแห่งความเมตตาด้วย เมตตามากก็มีรัศมีไกลเหมือนอัปมัญญาฌาน ที่แผ่รัศมีได้ไกลมากด้วยกำลังแห่งความเมตตานั่นเอง ในการบำเพ็ญบารมีแรกๆ รัศมีคทาจะไม่กว้างมาก การเผยแพร่ก็ได้วงแคบ แตกต่างจากของทิพย์ชนิดอื่น เช่น คัมภีร์ดอกบัวที่มีรัศมีการเผยแพร่กว้างไกลได้ง่ายและเร็วกว่าหรือดวงแก้วมณีที่มีแสงส่องสว่างออกมาได้ง่าย แต่คทาวัชระนี้ จะต้องบำเพ็ญบารมีนานกว่า เก็บความตั้งมั่นตั้งใจนานกว่า เก็บไว้จนเกิดเป็นเสาหลักก่อนจากนั้นก็ค่อยๆ โผล่ออกมาเป็นหัวคทาแล้วแผ่รัศมี ช่วงแผ่รัศมีคือเริ่มเผยแพร่ความคิดต่างๆ ออกสู่ผู้คนทั้งหลาย มีนักขายความหวัง เขาประกาศว่าจะทำสิ่งดีงามมากมาย ทำให้ผู้คนศรัทธาแล้วไปรวมตัวกันด้วยหวังว่าคนผู้นั้นจะกระทำสิ่งต่างๆ ดังที่ประกาศนั้น แต่แบบนี้ไม่ใช่คทาวัชระ