ยืมกรรมเป็นเชื้อเกิด

ยืมกรรมเป็นเชื้อเกิด

ยืมกรรมเป็นเชื้อเกิด

ผู้ใดก่อกรรมผู้นั้นต้องรับ แล้วกรรมจะยืมกันได้ด้วยหรือ?

ตอบว่า ยืมได้ เฉพาะผู้สำเร็จเซียนเท่านั้น กล่าวคือ ถ้าสำเร็จวิชชาฝึกจิตทางพุทธขั้นสูงสุด จนอยู่เหนือกฎเกณฑ์ทางโลก ก็สามารถทำได้ ผู้ที่จะสำเร็จได้ ต้องบำเพ็ญบารมีจากเดิมที่มีจิตมาร แสวงหาวิชชาทางจิต ปฏิบัติถึงขั้นสูงสุด จนหมดสิ้นชาติภพ คือ เทียบเท่าอรหันต์นั่นเอง จึงไม่เหลือเชื้อเกิด ไม่เหลือกิเลส ไม่เหลือกรรมต่อชาติสืบภพอีกแล้ว จากนั้น จึงจะใช้ “วิชชาลับ” ที่เรียกว่า “ยืมกรรมเป็นเชื้อเกิด” ต่อชาติสืบภพของตนต่อไปได้ แม้จะอรหันต์พร้อมนิพพานแล้ว แต่จะไม่นิพพาน จะเกิดได้อีกด้วยวิชชามารที่ฝึกจนสำเร็จนี้ โดยปกติ วิชชามารจะเป็นวิชชาที่ฝืนธรรมชาติ และตรงข้ามกับวิชชาพุทธ วิชชาพุทธนำไปสู่การหลุดพ้น และนิพพาน แต่วิชชามารทำตรงกันข้าม สำหรับผู้ปรารถนาจะเวียนว่ายตายเกิดเพื่อฉุดช่วยสรรพสัตว์ให้ถึงนิพพานก่อนตนนั้น หากได้ปฏิบัติธรรมจนถึงขั้นอรหันต์แล้ว อาจไม่สมปรารถนา จะต้องหาวิธีให้ตนไม่นิพพาน วิชชามาร “ยืมกรรมเป็นเชื้อเกิด” นี้ จึงเหมาะสมสำหรับผู้บำเพ็ญเช่นนี้

วิชชามารนี้ ต้องบอกตรงๆ ว่าเป็นวิชชามาร เพราะไม่ทำให้นิพพาน แถมยังได้ผลตรงกันข้าม แต่ผู้เขียนได้คิดค้นด้วยการทดลองกันตนเอง ยอมเป็นมาร มีจิตใจหมองหม่น เต็มด้วยความแค้น คิดออกนอกลู่นอกทาง และต้องพบความทุกข์มากมาย จนค้นพบวิชชานี้

กฎแห่งกรรมมีอยู่ว่า ถ้าเรากระทำกรรมกับผู้ใดไว้ เราจะได้รับกรรมนั้นสนองตอบ สมมุติว่าถ้าเราเคยทำกรรมกับคนๆ หนึ่งไว้ ด้วยการส่งเสริมให้เขาได้เป็นขุนนางห้ารัชกาล แต่แล้วเราปฏิบัติธรรมจนหมดสิ้นทั้งเชื้อกิเลส เชื้อเกิด เราสามารถยืมกรรมของคนที่เราเคยกระทำกรรมให้เขาได้เป็นขุนนางนี้มาก็ได้ เพราะรอยกรรมเก่าของเราที่กระทำต่อเขา แม้ไม่สนองผลแล้วเพราะเรารับวิบากกรรมนั้นจนหมดสิ้นแล้วก็ตาม เราสามารถทำกรรมเดิมซ้ำรอยในกรรมปัจจุบันต่อกรรมไปอีกก็ได้ สมมุติ เราเคยเกิดมาหลายชาติ เรียงกันดังนี้

๑)    ชาติที่เราทำให้เพื่อนเป็นขุนนางห้ารัชกาล

๒)    ชาติที่เราทำให้เพื่อนได้เป็นปฐมกษัตริย์

๓)    ชาติที่เราทำให้เพื่อนได้เป็นพระพุทธเจ้า

๔)   ชาติที่เราทำให้เพื่อนได้เป็นพระโพธิสัตว์

เมื่อปฏิบัติธรรมขั้นสูงจนอรหันต์แล้ว เราจะไม่เหลือเชื้อกิเลส เชื้อกรรมไว้เกิดอีก เพราะรับวิบากกรรมจนหมดแล้วไม่เหลือเชื้อเลยนั่นเอง แต่หากเราย้อนดูอดีตชาติมากมายที่เราเคยสร้าง “รอยกรรมรอยเกวียน” นี้ไว้แล้วนั้น ให้เราเลือกได้ว่าจะเดินตามรอยกรรมใด ถ้าเราเลือกซ้ำรอยกรรมชาติที่ ๑ เราจะได้เป็น “ขุนนางห้ารัชกาล” ถ้าเราเลือกซ้ำรอยกรรมที่ ๒ จะได้เป็น “ปฐมกษัตริย์” ถ้าเลือกซ้ำรอยกรรมที่ ๓ จะได้เป็น “พระพุทธเจ้า” ถ้าเลือกซ้ำรอยกรรมที่ ๔ จะได้เป็น “พระโพธิสัตว์” นี่เรียกว่า “ยืมรอยกรรมเก่า” มาทำซ้ำรอยกรรมใหม่ในปัจจุบันชาติ หากเราทำกรรมซ้ำเดิมเมื่อไร ผลบุญก็เกิดขึ้นเป็นเครื่องสร้างชาติต่อภพทันที แต่ถ้าไม่ทำกรรมซ้ำอีกในปัจจุบัน หยุดกรรม ดำรงศีลให้มั่นก็จะนิพพานในที่สุด ด้วยเหตุนี้ จึงกลายเป็นว่าเมื่อหมดสิ้นกรรมแล้วกลับอยู่เหนือกรรม ลิขิตกรรมเองได้ โดยไม่ต้องให้พรหมลิขิต สามารถสร้างหรือเริ่มต้นรอยกรรมใหม่ได้เอง

จะสามารถใช้วิชชานี้ได้ ต้อง ๑ บรรลุอรหันต์ ๒ ปรารถนาช่วยสรรพสัตว์ให้นิพพานก่อนตน ๓ ยอมละนิพพานเพื่อโปรดสัตว์ ๔ บรรลุเซียนสามารถอ่านอดีตชาติ อ่านกรรมเก่าของตนได้ ๕ กล้าที่จะเป็นมาร แต่เมื่อเป็นมารแล้วก็เอาตัวเองหลุดพ้นออกมาได้ เมื่อมีคุณสมบัติครบห้าประการแล้ว ก็สามารถฝึกวิชชาลับ ในนิกายลับนี้ได้ไม่ยากเลย

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น