ไพ่ยิบซีใบที่ VIII(The Strength)

ไพ่ยิบซีใบที่ VIII

(The Strength)

ไพ่ใบนี้มีเสน่ห์ดึงดูดผมมากๆเลยครับ ดูเธอเป็นคนเก่งมากๆ เหมือนนักแสดงในสวนสัตว์ที่เล่นโชว์กับสิงโต สั่งให้สิงโตทำนู่นนี่เหมือนเป็นสัตว์เลี้ยงเชื่องๆเลยถ้าเราดูไพ่ชุดอื่นๆเราจะสังเกตุว่าไพ่บางชุดก็กำหนดให้ไพ่ใบนี้เป็นไพ่เบอร์ 11 โดยเอาไพ่ the Justice มาเป็นเบอร์ 8 แทน
สาเหตุก็เพราะว่าไพ่ชุดเดิมที่เป็นต้นตำรับคือ Tarot of Marseille ได้กำหนดเอาไว้แบบนี้ แต่ต่อมามีคนกลุ่มหนึ่งที่ค่อนข้างมีอิทธิพลเรียกว่า Golden Dawn ได้กำหนดใหม่ให้เรียงลำดับไพ่อย่างในปัจจุบัน เนื่องจากได้พิจารณาตามจักรราศีแล้วพบว่าราศีสิงห์ (สิงโต = Leo) มาก่อนราศีตุล (ตาชั่ง = Justice) โดยราศีกันย์ อยู่ตรงกลาง ซึ่งก็คือไพ่ the Hermit นั่นเอง ดังนั้นปัจจุบันนี้คนส่วนมากจึงยึดว่าไพ่ the Strength ก็คือไพ่ลำดับที่ 8
เล่าย้อนไปในสมัยยุคกลางและยุคเรอเนสซองซ์ ไพ่ใบนี้มีชื่อว่า “Force” หรือ “Fortitude” ซึ่งเป็นแนวคิดของการเอาชนะอารมณ์ทางเพศ โดยสิงโตคือสัญลักษณ์ของอารมณ์เดรัจฉาน และก็เป็นรูปเฮอร์คิวลิสกำลังปราบสิงโตอยู่ (ช่วงนั้นความหมายหนึ่งของไพ่คือความก้าวร้าว) ต่อมาเปลี่ยนรูปให้กลายเป็นผู้หญิง จึงมีความหมายเพิ่มขึ้นมาคือ “ความเชื่อใจ” และ “ความอ่อนโยน” แต่ความหมายหลักๆก็ยังอยู่ คือ การอดทน อดกลั้น เอาชนะอารมณ์เดรัจฉาน ซึ่งเป็นที่มาของความศิวิไลซ์นั่นเอง (ศิวิไลซ์ เป็นคำทับศัพท์ Civilized = เจริญ, อารยธรรม)
บางคนบอกว่าไพ่ใบนี้มันคือ “การเอาชนะ”(สิงโต) ซึ่งในที่นี้จะต่างจากไพ่ก่อนหน้าคือ the Chariot ซึ่งหมายถึงการเอาชนะปัญหาอุปสรรค และความยากลำบากต่างๆในชีวิต ในขณะที่ไพ่ the Strength ไม่เชิงเป็นการเอาชนะ แต่เป็นการทำให้เชื่อง คือค่อยๆโน้มน้าว ค่อยๆเกลี้ยกล่อมไปในทางที่เราต้องการ แต่ได้ผลเหมือนวิธีของ the Chariot
ในไพ่ Major ทั้ง 22 ใบจะมีไพ่ที่แสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่างคนกับสัตว์เพียงสามใบคือ the Fool (คนกับสุนัข), the Strength (คนกับสิงโต), และ the Sun (คนกับม้า) โดยไพ่ the Strength จะเป็นความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นที่สุด
ไปที่รูปสัญลักษณ์ต่างๆ ในไพ่กันต่อ …จากรูปจะเห็นพวงดอกกุหลาบสีแดง แสดงถึงความมุ่งมาดปรารถนา คือความอยากได้ อยากมี อยากเป็น (เช่นเดียวกับดอกกุหลาบในไพ่ the Magician) และเสื้อคลุมสีขาว แสดงถึงความปราถนาที่ปราศจากกิเลส (เช่นเดียวกับดอกลิลลี่สีขาวในไพ่ the Magician) เนื่องจากเธอคลุมผ้าสีขาวอยู่จึงหมายถึง กิเลส (กุหลาบแดง) เอาชนะเธอ (เสื้อสีขาว) ไม่ได้นั่นเอง
ในสังคมปัจจุบัน รูปสิงโตอาจไม่ได้หมายถึงอารมณ์ทางเพศอีกต่อไป แต่ไพ่ใบนี้จะถูกมองไปทางความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสิ่งแวดล้อมซะมากกว่า โดยพึ่งพาอาศัยอยู่ด้วยกันอย่างกลมกลืน (นิเวศ) สังเกตุได้จากพวงดอกไม้ที่ห้อยอยู่ที่เอวได้พันกลืนไปกับคอของสิงโต
ให้สังเกตุมงกุฏที่เธอสวมอยู่ ต่างจากมงกุฏของ the Empress และ the High Priestess เนื่องจากมงกุฏของ the Strength นั้นสื่อถึงความเป็นธรรมชาติมากกว่า ใส่ใจต่อธรรมชาติมากกว่า สัญลักษณ์เล็กๆน้อยๆ เหล่านี้เราสามารถเอามาใช้ทำนายได้ทั้งนั้นนะครับ เอาคำว่าธรรมชาติ ใส่เข้าไปในเรื่องที่เราจะทายก็ได้ครับ
ท้องฟ้าสีเหลือง…มีความหมายนะครับ ในทางตะวันตก สีเหลืองจะหมายถึง การคิด, กระบวนการคิด, การมีสติรู้ตัวเอง
สัญลักษณ์อินฟินิตี้บนศรีษะ เช่นเดียวกับ the Magician คือความไม่สิ้นสุดของ Strength ในตัวเรานั่นเอง พูดง่ายๆก็คือว่าเรามีความเข้มแข็งใในเรื่องที่เรากำลังดู โดยที่เราอาจไม่รู้ตัว
โดยรวมแล้ว ใพ่ใบนี้ก็เป็นอีกใบหนึ่งที่สามารถตีความได้หลากหลายแล้วแต่ระดับของผู้ใช้งาน เรียงลำดับความลึกของการตีความดังนี้
  1. เจ้านายผู้หญิง
  2. เมียข่ม
  3. เป็นหญิงเก่ง แต่ถ้าเจ้าชะตาเป็นผู้ชายก็ตกอยู่ใต้อำนาจของผู้หญิง
  4. คนรักสัตว์
  5. ข่มใจตัวเอง, เอาชนะกิเลสตนเอง
  6. ความมั่นใจในตัวเอง
  7. ความแข็งแกร่งที่อ่อนโยน
  8. ฟังเสียงกิเลสของตัวเอง
  9. สร้างความเชื่อใจ แสดงออกซึ่งความรัก
  10. กำลังทำบางอย่างที่ไม่ง่าย แต่จำเป็นต้องทำ
  11. ความแกร่งของใจ กาย นำไปสู่การมีสมาธิ
ฯลฯ
เราจะเห็นได้ว่าไพ่ยิปซีแต่ละใบมีระดับความลึกซึ้งเป็นชั้นๆเหมือนปลอกหัวหอม แล้วแต่ว่าใครจะนำความรู้ระดับไหนไปใช้ โดยส่วนใหญ่หมอดูในเมืองไทยจะใช้ระดับตื้นๆ ตามข้อ 1-3 ข้างต้น แล้วทายแบบเอามันส์​ เอาแม่น เพื่อให้ตัวเองกลายเป็นผู้วิเศษ จนหารู้ไม่ว่าตนใช้ความหมายของไพ่เพียงแค่เปลือกๆ เท่านั้นแล้วจับไพ่ทายแบบเสี่ยงเซียมซี มีถูกบ้างผิดบ้างปนๆกันไป น่าสงสารไพ่จังนะครับ