ไพ่ยิบซีใบที่ VII
(The Chariot)
ไพ่ the Chariot … ทายว่าคงจะเหนื่อยแน่ๆ คงไม่ได้นั่งเฉยๆสบายๆเหมือนปกติ เพราะต้องสวมบทเป็นอัศวินออกรบอย่างนี้ ดังนั้นวันนี้จะทำอะไรก็ต้องทุ่มเท ต้องมุ่งมั่น ทำให้มันสำเร็จไปให้ได้ ต้องนึกภาพอัศวินในเรื่อง Lord of the Ring ว่าเค้าสู้ตายจริงๆ (แต่ขณะทำนายยังไม่รู้ว่าเรื่องอะไรนะ อาจจะเป็นแค่โทรตามช่างไฟให้มาต่อโคมไฟในบ้านก็ได้ เพราะซื้อมาหลายวันแล้วยังไม่ได้ต่อซักที)การที่ไพ่ใบนี้หมายถึงอัศวินนี่แหละ ทำให้พ่วงความหมายอีกคำนึงเข้ามานั่นก็คือ…”ชัยชนะ” ยิ่งดูรูปก็ยิ่งมั่นใจในคำว่า “ชัยชนะ” มากขึ้นใช่มั้ย (ถ้าเป็นการต่อสู้ ก็เป็นการต่อสู้ที่รู้ผลแพ้ชนะ คือมีฝ่ายที่แพ้ กับฝ่ายที่ชนะ รู้ผลดำแดงกันไปเลย ) อยากให้นึงถึงนักมวยหรือนักกีฬาที่ได้เหรียญทองโอลิมปิกแล้วเดินทางกลับประเทศตัวเอง ได้รับชัยชนะทั้งนอกบ้านและในบ้าน ได้ขึ้นรถแห่ไปทั่วประเทศ มีคนคอยยืนแสดงความยินดีรายล้อมตลอดทาง ลักษณะคล้ายๆไพ่ the Chariot เลยใช่มั้ย
สิ่งที่แปลกมากๆในรูปไพ่ใบนี้คือ ให้มองไปที่เอวสิครับ แล้วมองลงไปที่ขา…จะเห็นว่าผู้วาดไพ่ ได้จงใจวาดให้ขาถูกกลืนเข้าไปอยู่ในรถ (ราวกับว่าช่วงขากลายเป็นล้อรถ!!!) ซึ่งรถก็เหมือนเป็นเพียงแค่หินหรือปูนสี่เหลี่ยมแข็งๆ ซึ่งติดอยู่กับขาตลอด สื่อถึงความหมายของ “การยึดมั่นถือมั่น” หรือ “ภาระหน้าที่” เหมือนกำลังจะบอกว่า ข้าฯคือผู้พิชิต ข้าฯมีภาระหน้าที่อันยิ่งใหญ่ ข้าฯนี่แหละแน่ที่สุด…นี่แหละมั้งที่สร้างความเหนื่อยหน่ายให้กับผู้หยิบได้ไพ่ใบนี้
ยังไม่หมดครับ…ฝรั่งเค้าเชื่อว่าเลขสี่เป็นเลขที่เกี่ยวกับโลกทางกายภาพหรือรูปธรรม เช่น ดินน้ำลมไฟ ประกอบกันเป็นกายภาพจับต้องได้ หรืออะไรที่เป็นสี่เหลี่ยม นั่นคือสิ่งที่จับต้องได้ คนที่ชอบรูปสี่เหลี่ยมจะเป็นคนเจ้าระเบียบ มีเหตุมีผล ตรงไปตรงมา มีระบบระเบียบชัดเจน แล้วรูปสี่เหลี่ยมก็ปรากฏในไพ่ใบนี้ ซ้ำซ้อนกันสองชั้นเลยทีเดียว นั่นคือเสาทั้งสี่ของรถศึก และตัวรถศึกเอง นั่นหมายความว่าไพ่ใบนี้คือชัยชนะในโลกทางกายภาพ แบบทื่อๆ ขวานผ่าซากไปอย่างนั้นแหละ
สฟิงซ์มีสองตัวเพื่อที่จะแสดงถึงความเป็นคู่ หรือสิ่งที่ตรงกันข้าม ซึ่งก่อให้เกิดความยากลำบากในชีวิตของเรา เช่น มีถูกมีผิด (เป็นปัญหาแน่ๆเพราะ ถ้าไม่มีถูกไม่มีผิดเลยก็ไม่เป็นปัญหา), มีการแบ่งแยกออกเป็นสองฝ่าย (ถ้าไม่มีการแบ่งแยก = ก็ไม่มีปัญหา), มีทางให้ต้องเลือก (ถ้าไม่มีให้เลือก = ก็ไม่มีปัญหาที่จะต้องเลือก) อะไรก็ตามที่เป็นของคู่ๆ มันเป็นปัญหาทั้งนั่นแหละครับ ลองอ่านหนังสือ เรียนธรรมคู่เพื่อรู้ธรรมหนึ่ง ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ดูสิครับ จะได้รู้ว่าของที่เป็นคู่ๆมันมีปัญหายังไง
ถ้าพูดในระดับที่ตื้นขึ้นมาอีก ก็ขอใช้แนวคิดตะวันตกนะครับ เพลโตเคยกล่าวไว้ว่า (ผมจำได้ เพราะผมเกิดทันกันน่ะ) จิตใจของมนุษย์เราถูกดึง/ลากโดยม้าสีขาวกับสีดำ (คำพูดนี้คงเป็นที่มาของรูปไพ่ใบนี้ละมั้ง) ความถูก กับความผิด แล้วแต่ว่าเราจะไปทางไหน โดยสิ่งที่ใช้ควบคุมม้าหรือสฟิงซ์นั่นไม่ใช่สายบังเหียนหรือเชือก แต่เป็นเจตจำนงของเรา (เจตจำนง = ความตั้งใจ, ความมุ่งหมาย, ความจงใจ, เจตนารมณ์) พูดง่ายๆว่า
1. เราใช้สติปัญญา (คือตัวอัศวิน)
2. ในการจัดการ (อัศวินติดอยู่ในรถ คือความยึดมั่นถือมั่น ว่าตัวกูของกู กูจัดการเองได้)
3. ปัญหา (ความเป็นสฟิงก์คู่ ธรรมคู่)
4. ในชีวิต (ของสี่เหลี่ยม คือกายภาพ)
ถ้าถามว่าแล้วเขาควบคุมได้มั้ย? ก็ให้มองไปที่อำนาจของเค้าครับ สิ่งที่แสดงถึงอำนาจในการควบคุมก็คือไม้คฑา ที่ถืออยู่ในถือข้างขวา เป็นไม้คฑาเหมือนของไพ่ the Magician แต่ต่างกันที่การยก ในไพ่ใบนี้ไม่ได้ยกสูง เพราะไม่ได้ใช้พลังจากเบื้องบนเหมือนอย่าง the Magician แต่เป็นพลังตัวเอง ซึ่งถืออยู่ในระดับที่ควบคุมได้ นอกจากนี้การใช้สฟิงซ์เป็นสัตว์พาหนะก็เพื่อที่จะสื่อให้เห็นว่า ปัญหามีไว้ให้เอาชนะ
สำหรับคนที่ยังไม่รู้จักสฟิงซ์นะครับ สฟิงซ์เป็นตัวแทนของปัญหาที่ต้องใช้ปัญญาในการตอบ มีรูปร่างแตกต่างกันไปตามแต่ละวัฒนธรรม โดยส่วนใหญ่จะเป็นสัตว์ครึ่งสตรี ครึ่งสิงโต เรื่องราวมีให้อ่านในอินเตอร์เน็ตเยอะแยะเลยครับ ไพ่ใบนี้เป็นรูปอัศวินควบคุมสฟิงซ์ ก็หมายถึงการเอาชนะหรืออยู่เหนือปัญหานั่นเองครับ
โดยสรุป ไพ่ใบนี้หมายถึงชัยชนะ โดยเฉพาะชัยชนะที่อาศัยความพยายามอย่างเต็มที่ ซึ่งนับว่าเป็นสัญญาณที่ดีครับ เป็นไพ่แง่บวก (แต่สำหรับบางคนอาจเป็นแง่ลบ เพราะทำให้เหน่ื่อยกว่าปกติ) โดยเฉพาะหากยิ่งที่ไพ่แห่งความสำเร็จเข้ามาสนับสนุน เช่น the World, 6 ไม้, ไพ่ Kings โดยเฉพาะ King ถือเหรียญ
ไพ่ใบนี้มันเกี่ยวกับอะไรที่เป็นรูปธรรม หรือเป็นกายภาพ เช่น อยากทำโครงการใหม่ คิดแค่นี้เป็น the Magician แต่ถ้าเริ่มต้นวางแแผนแล้ว เป็นรูปเป็นร่างแล้ว อย่างนี้เป็น the Chariot ฉะนั้นหากมีไพ่ the Tower เข้ามา ก็จะกลายเป็น แบบแปลนนั้นเสียหาย ไม่ใช่แค่ไอเดียเท่านั้นที่เสียหาย
ถ้าทายในระดับตื่นขึ้นมาหน่อยก็ทายไปในเรื่องของวัตถุที่จับต้องได้ เช่นรถยนต์ หรือการเดินทาง
มาถึงจุดนี้จะเห็นได้ว่า แท้จริงแล้วไพ่ มันประกอบไปด้วยสัญลักษณ์ต่างๆที่ให้เราได้ตีความ และทุกๆรายละเอียดที่ผู้วาดได้วาดขึ้นมาย่อมมีความหมายทั้งสิ่น ซึ่งความหมายนี้อาจลึกล้ำ หรือตื้นๆง่ายๆ ก็แล้วแต่ว่าจะนำไปใช้อย่างไร
บางครั้งคำทำนายที่ตื้นๆง่ายๆ เช่น จะได้รถคันใหม่ หรือได้เดินทางไปต่างประเทศ เนื้อคู่เป็นคนต่างถิ่น งานที่่ทำต้องเดินทางบ่อย ก็อาจจะแม่นเหมือนมีตาทิพย์ แต่ประโยชน์ที่ได้ก็เพียงแค่ แม่นหรือไม่แม่น แค่นั้นเอง เปรียบเหมือนเป็นคำทำนายที่ติดอยู่ในกรอบว่าแม่นหรือไม่ (แม่น, กับไม่แม่น)
ไพ่ใบนี้สอนเราว่าเราสามารถเอาชนะ สิ่งที่เป็นคู่และอยู่ตรงข้ามของความแม่นกับไม่แม่นได้ เพียงแค่มองให้สูงขึ้นไป มองให้เลยออกไปจากสฟิงซ์ทั้งสองตัว ก็แค่นั้น…
อนึ่ง…วันนี้ผมใช้พลังอัศวินเขียนบทความนี้รวดเดียวเสร็จ และโทรตามช่างไฟให้มาติดโคมไฟสำเร็จแล้ว ^^
อะสอง…โคมไฟของผมเป็นรูปสี่เหลี่ยมครับ…
