การแบ่งภาคจิตเพื่อบรรลุธรรมฉับพลันของพระอรหันตโพธิสัตว์

การแบ่งภาคจิตเพื่อบรรลุธรรมฉับพลันของพระอรหันตโพธิสัตว์

ดวงจิตมหาโพธิสัตว์เมื่อจุติมาเป็นมนุษย์บำเพ็ญบารมีทั้งส่วนกรรมดีและชั่วแล้ว สะสมทั้งกรรมดีกรรมชั่วมากพอแล้ว ก็สามารถแบ่งภาคออกเป็นส่วนดีและไม่ดีได้ โดยส่วนดีจะเป็นพระอรหันตโพธิสัตว์ ส่วนเลวจะแบ่งออกมาเป็นอสูรพาหนะทรง เช่น มังกรดำ

ขั้นตอนการบำเพ็ญ

๑)    คัดเลือกผู้มีบารมีเก่าแต่หนหลัง คือ จุติมาจากจิตภาคแบ่งของมหาโพธิสัตว์ เมื่อจุติมาแรกๆ จะยังไม่มีบารมีมากนัก ต้องบำเพ็ญบารมีสร้างคุณงามความดีสะสมไว้มากพอก่อนจึงจะฟื้นคืนบารมีกลับขึ้นเป็นโพธิสัตว์ได้ด้วย ทศบารมี นั่นเอง

๒)    สั่งสมทั้งกรรมดีและชั่วมากพอก่อน คือ เด็กที่เกิดมาแรกๆ เป็นเด็กดี แต่ภายหลังถูกบีบให้ทำสิ่งไม่ดี มักเข้าข่ายนี้ เพื่อสั่งสมกรรมเลวให้มากพอที่จะกำเนิดอสูรพาหนะทรง เมื่อแบ่งภาคแล้วจิตที่เป็นโพธิสัตว์จะไม่บริสุทธิ์เกินจนนิพพานไป

๓)    ฝึกวิชชา หยิน-หยาง ประสานดีเลว คือ เมื่อบำเพ็ญบารมีทั้งดีและเลวจนถึงระดับโพธิสัตว์แล้ว ให้บำเพ็ญบารมีด้วยวิชชาคู่ตรงข้ามกัน (วิชชา หยิน-หยาง) จนสามารถประสานคู่ตรงข้ามได้คล่องดีแล้ว ให้แบ่งภาคจิตออกเป็นดีและเลวได้

๔)   ทำพิธีแบ่งภาคออกเป็นดีและเลว คือ ให้ใช้พลังธรรมจักร ดึงพลังทิพย์เข้าในตัวจากเทวรูปที่เป็นมังกรทองหรือมังกรดำตามแต่ต้องการ ถ้าดึงมังกรทองจะได้มังกรทอง จิตที่เหลือจะบริสุทธิ์น้อยหน่อย ถ้าดึงมังกรดำจะได้มังกรดำ จิตที่เหลือจะบริสุทธิ์มาก หากมากเกินไปจะนิพพานไปเอง จิตก็จะแบ่งเป็นสองดวง

๕)   ฝึกการอยู่ร่วมประสานสองดวงจิต คือ ฝึกวิชชา หยิน-หยางต่อ แต่เปลี่ยนจากวิชชาเดิมที่เป็นเพียงพื้นฐานเท่านั้น เป็นการประสานสองดวงจิต จนไม่รู้สึกขัดแย้ง หรือมีสองคนที่แตกต่างกันในตัวเดียว ทำกิจร่วมกันได้อย่างดี ดุจอัศวินและม้าศึกที่มีใจเดียวกัน ก็จะสามารถทำกิจต่างๆ ได้อย่างดี และคุมกันได้ด้วย    

ด้วยวิธีนี้ผู้มีบารมีจะสำเร็จธรรมแบบฉับพลันทันที โดยไม่ต้องปฏิบัติสมาธิหรืออะไรเลย เพราะจิตแบ่งภาคดวงหนึ่งบริสุทธิ์มาก เข้าสู่ภาวะบรรลุฉับพลันด้วยความบริสุทธิ์นั้นเอง สิ่งที่ต้องทำหลังจากนั้น คือ โปรดดวงจิตรองซึ่งเป็นอสูรดวงที่สองในกายสังขารของตน เมื่อโปรดจนดีแล้ว เชื่องแล้ว ละกรรมแล้ว พร้อมทำคุณงามความดีให้พ้นความเป็นอสูรแล้ว มีจิตตรงต่อการช่วยกิจโพธิสัตว์แล้ว ก็สามารถบำเพ็ญบารมีต่อไปได้มากมาย

จิตของพระโพธิสัตว์จำนวนมาก จะบริสุทธิ์มาก อยู่บนสุขาวดี ส่วนใหญ่บรรลุ “อรหันตโพธิสัตว์” เมื่อเกิดมาเป็นมนุษย์จะเป็นเด็กที่ใสซื่อมาก ให้หาเด็กลักษณะนี้มาเลี้ยงดู ให้ทำดีก่อนเป็นพื้นฐาน แล้วปล่อยให้ไปอยู่ในสังคมปกติ สังคมก็จะพัดพาไปสู่กรรมเลวตามยุคตามสมัย จนเหมือนเปลี่ยนไปเป็นเด็กหลงโลก หลงทาง หลงแสงสี ซึ่งเป็นวิถีปกติของการบำเพ็ญ กรรมชั่วก็จะมากขึ้น สั่งสมจนมากพอที่จะก่อกำเนิดอสูร จากนั้น เมื่อแบ่งภาคแล้ว จะคิดได้ แต่ควบคุมตัวเองยังไม่ได้ เมื่อฝึกควบคุมดวงจิตอีกดวงได้แล้ว ก็จะเป็นคนดีขึ้น และทำสิ่งดีงามแก่โลกได้อย่างพร้อมสมบูรณ์สืบต่อไป

การใช้วิธี “แบ่งภาคจิตเพื่อบรรลุธรรม” นี้ เป็นวิธีลัดเร็ว แต่ทุกครั้งที่แบ่งภาคจะได้เป็นอสูรเสมอ ทำให้เกิดภาวะ ขาวดำสมดุล ธรรมะสูงหนึ่งวา มารสูงหนึ่งศอก คือ จิตที่ดีก็เกิด แต่จิตที่เลวก็เกิดตามมาด้วยเช่นกัน ดังนั้น จึงต้องเข้าสู่ช่วงการโปรดจิตตนเองในระยะต่อมา ต้องเก็บตัวก่อนระยะที่โปรดจิตของตนเองนั้น เมื่อโปรดสำเร็จแล้ว ก็สามารถช่วยเหลือกิจพุทธศาสนาได้ สำหรับท่านที่แบ่งภาคจิตได้เต่ามังกร จะมีวิสัยเก็บตัวอยู่แล้ว เมื่อโปรดจิตตนเองตนพร้อมแล้ว ให้แสวงหาผู้มีพลังพระกษิติครรภ์ เพื่อขอให้ท่านช่วยปลดกรรมแห่งความเชื่องช้าและขี้ขลาดตาขาว คือ ปลดกระดองเต่าให้ เมื่อทำการปลดกระดองเต่าแล้ว จะกลายเป็น “มังกรฟ้า” และโผทะยานท่องไปในโลกด้วยธรรม การบำเพ็ญนี้ เป็นวิธีที่เร็วและเหมาะสมกับยุคสมัยปัจจุบันที่สุดสำหรับผู้มีบารมีเก่า

การบำเพ็ญธรรม “หยินหยาง” มังกรดำ-มังกรทอง

ต้องแสวงหาชายหญิงคู่หนึ่งที่มีบุญบารมีเก่า ฝ่ายชายบำเพ็ญให้ได้กายโพธิสัตว์ศรีอาริยเมตตรัย เมื่อบำเพ็ญต่อไปจะทรง “เต่ามังกรทอง” เป็นพาหนะทิพย์ ฝ่ายหญิงบำเพ็ญให้ได้กายโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร เมื่อบำเพ็ญต่อไปจะทรง “มังกรดำ” เป็นพาหนะทิพย์

ทั้งคู่ทำกิจร่วมกัน มังกรดำจะดูดซับพลังดำ มนต์ดำ คุณไสยดำ เต่ามังกรทองจะดูดซับพลังเทพ-พรหม ทำให้คนที่หลงฤทธิ์หมดฤทธิ์ได้ ไม่ว่าจะเป็นฤทธิ์สายดำหรือขาวก็ตาม เมื่อหมดฤทธิ์แล้ว เขาก็จะได้สติ สำนึกความผิดได้ และสามารถโปรดสอนธรรมได้ต่อไป

การบำเพ็ญธรรมคู่นี้ จำเป็นสำหรับการเดินโพธิสัตว์ธรรม เนื่องจากป้องกันการนิพพานแบบพระปัจเจกพุทธเจ้าได้ หากพระโพธิสัตว์บำเพ็ญธรรมเดี่ยว จะง่ายต่อการบรรลุเป็นปัจเจกพุทธเจ้าแล้วนิพพานไปเองเงียบๆ ได้ จึงต้องจับให้บำเพ็ญธรรมคู่กันดังกล่าว

ผู้ที่มีบุญบารมีเก่ามาแต่หนหลัง แต่ปฏิบัติธรรมจนบรรลุอรหันตโพธิสัตว์มีมาก เช่น ลามะต่างๆ เมื่อลามะมาเกิดในเมืองไทย เขาจะไม่รู้เลยว่าจะต้องปฏิบัติอย่างไรจึงจะเข้าสู่วิถีทางเดิม เขามักเข้าทางเถรวาท และสำเร็จอรหันตโพธิสัตว์ได้ยาก แต่หากเขารู้วิธีลัดแบบตันตระนี้ คือ การแบ่งภาคจิตเพื่อให้จิตดวงหนึ่งบรรลุอรหันตโพธิสัตว์ ส่วนจิตอีกดวงจะเป็นอสูรพาหนะทรง ซึ่งจะง่ายและเร็วมากที่จะบรรลุธรรม ดังที่จะอธิบายต่อไป

ก่อนทำ ควรให้อาจารย์ตันตระพิจารณาความพร้อมก่อน การแบ่งภาคจิตเร็วเกิน มีกรรมเลวน้อย ทำให้ดวงจิตเดิมบริสุทธิ์มากไป เพราะจิตดวงที่สองที่แบ่งออกมาเอาส่วนกิเลสไปหมด และส่งผลให้ดวงจิตหลักนิพพานได้ ซึ่งสุดท้ายจะเหลือแต่ดวงจิตที่เป็นอสูร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น