วิชชาลับอำมตะ อายุวัฒนะ แมวเก้าชีวิต

วิชชาลับอำมตะ อายุวัฒนะ แมวเก้าชีวิต

วิชชาลับอำมตะ อายุวัฒนะ แมวเก้าชีวิต

นักพรตเต๋ามีเคล็ดลับการทำให้อายุยืนยาวนานที่แตกต่างกัน เพราะแต่ละท่านได้ค้นหาและค้นพบวิธีที่แตกต่างกัน พระพุทธเจ้าเองก็ค้นพบเช่นกัน ท่านกล่าวว่าท่านได้บำเพ็ญอิทธิบาทสี่มาอย่างดีแล้ว หากประสงค์จะอยู่ถึงหนึ่งกัปก็สามารถทำได้ นี่คือ หลักฐานหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่าการค้นหาและค้นพบวิธีทำให้อายุยืนยาวนานนั้นมีอยู่จริง ดังนี้

วิชชาแมวเก้าชีวิต ต่ออายุขัยด้วยการรับจิตวิญญาณเข้าสู่ร่างกาย  

ดวงจิตหนึ่งดวงมีอายุขัยในการอยู่ในกายสังขารของมนุษย์ไม่เท่ากัน เมื่อหมดอายุขัยก็ต้องจุติออกจากร่างกาย โดยร่างกายและขันธ์ห้าจะสลายก่อน จิตจึงจุติได้ แต่สำหรับผู้บำเพ็ญธรรมขั้นสูง ฝึกการ “ดับขันธ์ห้า” ก่อนสังขารดับสลาย จะสามารถสลายขันธ์ห้าเพื่อให้จิตจุติออกจากร่างได้ โดยที่ร่างกายไม่มีบาดแผลและมีสภาพปกติราวกับไม่ตาย ก็สามารถตายจากร่างกายมนุษย์ได้โดยไม่มีสาเหตุ เช่น ในคนที่ปฏิบัติธรรมแล้วบรรลุอรหันต์ แต่ไม่ได้บวชภายใน ๗ วัน จิตจะถึงวาระดับขันธปรินิพพาน และละสังขาร ทิ้งสังขารมนุษย์ให้ตายลงโดยไม่มีสาเหตุ ยกเว้นว่ามีดวงจิตอื่นจรมาอาศัยร่างกายนั้นพอดี ก่อนที่ปราณจะสูญสิ้นออกจากร่างกายนั้นขณะดับขันธปรินิพพาน ถ้าจิตวิญญาณบางดวงมารออยู่ในร่างกายนั้นก่อน พอดับขันธปรินิพพานแล้ว จิตเจ้าของร่างจุติออกจากร่าง จิตอีกดวงที่รออยู่ในร่างนั้นแล้ว ก็จะได้อาศัยในร่างกายนั้นต่อไป ทำให้ร่างกายนั้นไม่ตาย คนทั่วไป จะทราบว่ามนุษย์ผู้นั้นไม่ตาย แต่เขาอาจสงสัยบ้างว่านิสัยนั้น เปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่หากคนสมัยปัจจุบัน ไม่ค่อยสังเกต ไม่ละเอียดอ่อน ก็จะไม่ทราบเลยว่ามีการตายทางจิต และจิตวิญญาณอื่นเข้ามาอาศัยในกายนั้นแล้ว ลักษณะนี้ เรียกว่าการต่ออายุด้วยดวงจิตดวงอื่น หรือการยอมรับให้ดวงจิตอื่นเข้ามาอาศัยในร่างกาย และเมื่อดวงจิตเก่าหมดอายุขัย แทนที่จะตายก็ไม่ตาย เพราะดวงจิตดวงต่อไปมาต่ออายุให้นั่นเอง

หากทำเช่นนี้เรื่อยๆ จนกายสังขารนั้นยังมีสภาพที่ดีอยู่ ระวังดูแลให้กายสังขารดีอยู่ ก็จะสามารถต่ออายุขัยกายสังขารนั้นได้เรื่อยๆ เช่น พระราชา ที่มีกิจภาระมาก ตายไม่ได้ เขาห้ามตาย เพราะตายแล้วตาจะไม่หลับ วางไม่ลง ภาระรัดตัว ก็สามารถใช้วิธีนี้ต่ออายุขัยให้อยู่ต่อไปได้ แต่การจะนำเอาดวงจิตอื่นมาอยู่ในกายสังขารนั้น ทำให้กายสังขารนั้นไม่ตาย จะต้องเลือกดวงจิตที่ดี และดวงจิตนั้นพร้อมยอมมาอยู่ในกายสังขารนั้น เช่น ดวงจิตภาคแบ่งของพระโพธิสัตว์ ที่ปรารถนาช่วยสรรพสัตว์ บางท่านจะยอมมาอยู่ในกายสังขารของมนุษย์นั้นเพื่อช่วยเหลือสรรพสัตว์ต่อไปได้ เมื่อหมดวาระแล้วก็จะจุติออกไป และเราต้องทำการต่ออายุด้วยการนำดวงจิตอื่นๆ เข้ามาอยู่ในกายสังขารนั้นอีกเรื่อยๆ ก็จะต่ออายุต่อไปได้เรื่อยๆ หากไม่เหลือดวงจิตอื่นที่ยอมมาอยู่ในกายสังขารนั้นอีก จะสิ้นอายุขัย ข้าพเจ้าขอเรียกวิธีนี้ว่า “วิชชาแมวเก้าชีวิต” มอบไว้ให้เป็นมรดกของแผ่นดิน

ผู้ที่ได้รับการต่ออายุด้วยวิชชาแมวเก้าชีวิตจะเป็นอย่างไร

แน่นอนว่ากายสังขารนั้นยังอยู่ แต่จิตวิญญาณเดิมจะไม่เหลืออีกแล้ว หมายถึงว่าคนเดิมที่เรารู้จักจะต้องตายตามอายุขัย จิตเขาจะจุติยังที่ที่ควรจะไปแน่นอน แต่เราจะเห็นเขาอยู่กับเรา กายสังขารเขายังอยู่ และทำตัวคล้ายเดิม จนเราแทบไม่รู้สึกว่าเขาเปลี่ยนไปเลย แต่จิตวิญญาณได้เปลี่ยนไปแล้ว ทำให้เขามีบางอย่างเปลี่ยนไปจากเดิม เช่น การการกระทำ การจะหาดวงจิตมาอยู่ต่ออายุขัยนั้น ต้องหาดวงจิตที่ดีและมีบุญบารมีสมกัน หากต่ออายุให้พระราชา ต้องอาศัยดวงจิตพระโพธิสัตว์ หรือเทพพรหมที่มีบุญบารมีมากพอเป็นพระราชา และต้องรีบทำการต่ออายุก่อนตายสูญสิ้นลมปราณหมด หากลมปราณหมดจากร่างกายแล้ว ร่างกายนั้นก็ไร้ประโยชน์ ดวงจิตจะเข้าไปอยู่ไม่ได้อีก ประสานเข้าไม่ได้อีก หากเขาตายแล้ว จิตจุติออกไปแล้ว ให้คนใช้พลังชีวิตถ่ายลมปราณหล่อเลี้ยงไว้ตลอดเวลา ก่อนที่จะหาดวงจิตที่เหมาะสมเข้ามาประสานในกายสังขารเขาได้ เมื่อได้ดวงจิตเข้ามาแล้ว เขาก็จะฟื้นคืนชีพได้อีกครั้ง วิธีนี้ ฝืนธรรมชาติ, ฝืนกฎแห่งกรรม, ฝืนกฎสวรรค์ ผู้ทำต้องมีบุญบารมีพอรับผิดชอบ จึงต้องเป็นเซียนขึ้นไปเท่านั้นจึงจะทำได้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น