เวตาล
เวตาล เป็นอมนุษย์จําพวกหนึ่ง คล้ายค้างคาวผี ในปรัมปราคติของฮินดู ดํารงอยู่เป็นภูตที่อาศัยใน
ซากศพผู้อื่นในตอนกลางวัน ศพเหล่านี้อาจใช้เป็นเครื่องมือเพื่อการเดินทาง เพราะขณะที่เวตาลอาศัยอยู่นั้น
ซากศพจะไม่เน่า แต่เวตาลอาจออกจากศพเพื่อหากินในตอนกลางคืน ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน
พ.ศ.๒๕๔๒ กล่าวไว้ว่า ‚เวตาล คือ ผีจําพวกหนึ่ง ชอบสิงอยู่ในป่าช้า‛
ตามตํานานของชาวฮินดู กล่าวว่าเวตาลนั้นเป็นวิญญาณร้ายที่วนเวียนอยู่ตามสุสาน และคอยเข้าสิงอยู่ใน
ซากศพต่างๆ มันจะทําร้ายมนุษย์ที่เข้าไปรบกวน เวตาลจะทําให้มือและเท้าของเหยื่อถูกเข้าสิงหันไปข้างหลังเสมอ
เวตาลยังทําให้ผู้คนเป็นบ้า ฆ่าเด็ก และแท้งลูก แต่เวตาลยังมีข้อดี คือมันจะคอยดูแลหมู่บ้านของมันเอง
เวตาลมีนัยน์ตาเป็นสีลานแกมเขียว มีเส้นผมตั้งชันทั้งศีรษะ มือขวาถือไม้เท้า มือซ้ายถือหอยสังข์ ขณะ
เมื่อมาปรากฏตัวจะนุ่งห่มเสื้อผ้าสีเขียวทั้งชุด นั่งมาบนเสลี่ยง บางคราวก็ขี่ม้า มีภูตบริวารถือคบเพลิงแวดล้อม
โดยรอบ และส่งเสียงโห่ร้องกึกก้อง
เวตาลนั้นเป็นวิญญาณร้าย คอยทําร้ายบุคคลที่ลูกหลานไม่ยอมทําพิธีศพให้พ่อแม่ ด้วยเหตุนี้ พวกเขาจึง
ถูกกักอยู่ในแดนสนธยา ระหว่างการดํารงอยู่ด้วยชีวิต และการดํารงอยู่หลังมีชีวิต (หลังความตาย) ปิศาจเหล่านี้
อาจได้รับอามิสด้วยเครื่องเซ่นหรือถูกขับให้ตกใจด้วยมนตร์ เวตาลอาจหลุดพ้นจากสภาพปิศาจได้หากการทําพิธี
ศพของตน แต่เมื่อเป็นปิศาจแล้ว ก็ไม่สามารถพ้นจากกฎแห่งเวลาและเทศะ พวกมันจะความรู้ประหลาดเกี่ยวกับ
อดีต ปัจจุบัน และอนาคต และหยั่งรู้ถึงใจคน ดังนั้นหมอผีจํานวนมากจีงพยายามดั้นด้นเสาะหาเวตาล และ
ควบคุมเอาไว้ใช้เป็นทาส
รูปเคารพของเวตาลที่ใช้เป็นรูปบูชามักทําด้วยหินทาสีแดง บนส่วนยอดของแท่งหินแกะสลักเป็นรูปหน้า
คน
มีตํานานเล่าว่า ครั้งหนึ่งโยคีกราบทูลให้พระเจ้าวิกรมาทิตย์ไปจับเวตาล ซึ่งอาศัยอยู่บนต้นไม้ในใจกลาง
สุสาน วิธีเดียวที่จะจับเวตาลได้ก็คือ ต้องทําอย่างเงียบๆ และห้ามปริปากพูดสิ่งใด มิฉะนั้นเวตาลจะหนีกลับไปได้
อย่างไรก็ตาม ทุกครั้งที่พระเจ้าวิกรมาทิตย์จับเวตาลได้มันจะหลอกล่อพระองค์โดยเล่านิทานให้ฟังเรื่อง
หนึ่ง ซึ่งจะจบด้วยคําถาม และพระองค์ก็อดรนทนไม่ได้ ต้องตอบคําถามนั้นทุกครั้งไป ทําให้เวตาลหนีกลับไปยัง
ต้นไม้ได้ดังเดิม เรื่องราวเกี่ยวกับเวตาลนั้นรวบรวมไว้เรียกว่า “เวตาลปัญจวิงศติ” (หรือ นิทานเวตาล ๒๕ เรื่อง)
รวมอยู่ใน หนังสือกถาสริตสาคร ของนักปราชญ์อินเดียชื่อโสมเทวะ
