จุดเอฟเฟคมีผลต่อการพัฒนาจิตอัตราเร่ง

จุดเอฟเฟคมีผลต่อการพัฒนาจิตอัตราเร่ง

เมื่อมีความเข้มข้นของสนามแม่เหล็ก เส้นเมอริเดียนจะหดเล็กลงแต่ขับเคลื่อนเป็นเกลียวที่กลับไปกลับมาเล็กๆ การขับเคลื่อนภายในจะเกิดแรงหนืดมากขึ้น ทำอย่างไร เราต้องมาเดินพลังบริเวณด้านข้าง ทั้งสองข้าง ซึ่งอยู่เหนือขาหนีบขึ้นมา ซึ่งเชื่อมจักระ 1 และทั้งสองด้านจะสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน จะมีเกลียวที่สัมพันธ์ซึ่งกันและกัน หมุนปั่นด้วยความเร็วสูง แบบกลับไปกลับมาเหมือนแนวกระดูกสันหลัง จุดต่อไปคือ จุดเอฟเฟคที่จักระ 2 ,3,4,5 6 และจักระ 6 จะเชื่อมอยู่ที่จุดกึ่งกลางของบีเทน หลังจากนั้น จะพุ่งออกเป็นเส้นสายสนามพลัง ที่มีเมอริเดียนที่หมุนกลับไปมากลับมาอย่างสืบเนื่องและรุนแรง รวดเร็ว

การใช้เท้าก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้มีผลต่อการขับเคลื่อนพลังงานและพัฒนาแนวกระดูกสันหลังให้มีความแข็งแกร่ง โดยการเคลื่อนไหวโดยยกปลายเท้าขวา เบี่ยงออกไปด้านข้างขวาแล้ววางเท้า และใช้ส้นเท้าซ้ายเข้าหาส้นเท้าขวาแล้ววางเท้าซ้าย ส่งผลให้แนวกระดูกสันหลังมีการดูดซับพลังงานและผลักด้นพลังงานได้กว้างไกลขึ้น การพวยพุ่งของพลังงานก็จะสูงขึ้น ร่วมกับการใช้มือซ้ายไปที่จุดเอฟเฟคแต่ละจุด โดยการหักข้อมือซ้ายออกข้างนอกให้ชนกับกรวยที่อยู่ตรงจุดเอฟเฟคที่ทำ พร้อมกับกดมือลงให้ชนกับชั้นพลังงาน ส่วนมือขวา ใช้ในการเชื่อมต่อกับทุกๆสิ่ง โดยการชี้ ในแนวคว่ำให้ชนกับเลเยอร์และค่อยหงายนิ้วหาองศาที่พลังงานวิ่ง กดนิ้วลงเล็กน้อย เมื่อนั้นจะเกิดกระแสหมุนปั่นด้วยความเร็วสูง ขึ้นแนวกระดูกสันหลัง ด้วยความรวดเร็วและรุนแรง รวมถึงการใช้บำบัดผู้ป่วย เพียงแต่เราทำกับผู้ป่วยแต่ นำจิตไปจดจ่อกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เมื่อนั้นจะเกิดแรงขับที่สูง

จุดเอฟเฟคไม่ใช่มีอยู่ภายในร่างกาย จุดเอฟเฟคยังมีอยู่บริเวณรอบนอกที่เส้นสายสนามพลัง ที่เชื่อมโยงกันเส้นสายสนามพลัง เพียงแต่สามารถจับเส้นสายสนามพลังที่อยู่รอบนอก เมื่อนั้นก็สามารถจับเมอริเดียนที่พันรอบๆ เส้นสาย ที่เป็นลักษณะกลับไปกลับมา ขณะทำต้องเคลื่อนไหวช้าๆ ให้พลังงานขับเคลื่อนไปก่อนถึงจะเคลื่อนไหวตาม ถึงจะรับรู้กระแสพลังงาน และรู้สึกถึงพลังงานที่ขับเคลื่อนได้ชัดเจน ยิ่งทำยิ่งส่งผลให้แนวกระดูกสันหลัง มีแรงส่งพลังคุณฑาลินีพร้อมน้ำขึ้นสู่สมองส่วนกลางมากขึ้น และอนุภาคจะฝังไปที่ซีรีเบลลัมและบีเทนมากขึ้น

เมื่อมีอัตราความเร็วของพลังงานการรวมกับทุกสรรพสิ่งจึงสามารถรวมได้ และการทำสมาธิโดยไม่ต้องใช้ความพยายามก็จะเกิดขึ้น จากอัตราความเร็วที่อยู่ในรูปสนามแม่เหล็ก

……เนื่องจากความเข้มข้นของสนามแม่เหล็ก ทำให้แกนกลาง ของเส้นสายสนามพลังมีความแข็งแกร่ง และขยายสนามพลังออกเป็นวงกว้าง และมีการขับเคลื่อนของพลังหมุนเป็นเกลียวขึ้นแนวกระดูกสันหลัง สู่เส้นสายสนามพลัง มีกรวยเป็นปากแตร อยู่ด้านบน ……

……..ทำอย่างไรให้เราสัมผัสองศาพลังงานที่ถูกต้อง ต้องสัมผัสเมอริเดียน ที่อยู่ด้านข้าง ที่สัมพันธ์ ล้อมรอบกับแนวกระดูกสันหลัง ที่หมุนเป็นเกลียว เมื่อสัมผัสจุดด้านข้าง ให้เลื่อนไปด้านข้าง ด้านใดด้านหนึ่ง หรือขอบกรวยของพลังงาน ซึ่งอยู่ห่างจากพื้นผิว ประมาณ 1 นิ้ว ใช้มือซ้ายเป็นตัวล๊อคพลังงาน บริเวณเหนือขาหนีบซ้าย เมื่อล๊อคแล้วจะทำให้กระแสพลังงานสามารถเชื่อมต่อทั้งตัว ใช้มือเลื่อนให้ตรงจุดขอบกรวย จะเห็นการหมุนปั่น และคลิ๊กให้โดนวงรอบของกรวยพลังงาน จะเกิดการหมุนปั่นด้วยความเร็วสูง เมื่อเราคลิ๊กถูกองศา ตามร่องของพลังงานที่เกิด จึงทำให้เกิดการขับเคลื่อนด้วยความเร็ว ส่วนมือขวาใช้ในการเชื่อมต่อ กับผู้คน สิ่งศักดิ์สิทธิ์ และสิ่งทั้งหลายรอบๆตัวเรา เพื่อให้เกิดการดูดซับและผลักดันพลังงานด้วยความเร็วสูงมากขึ้น มือซ้ายใช้ในการล๊อคพลังงาน และควบคุมทิศทางของพลังงานว่าไปทิศทางไหน ตามในร่างกายมีจุดที่เมอริเดียนชิดกับขอบเส้นสายสนามพลัง จุดนี้จะทำให้เกิดการแยกประจุและอนุภาคออกมา ทำให้ประจุไฟฟ้าเกิดการผลักดันออกมาสู่พื้นผิว เพียงแต่หาระยะของจุดที่พลังงานพุ่งให้ตรง และทำให้ตรงองศา คลิ๊กให้ตรงกับชั้นพลังงาน เมื่อนั้นจะเกิดการขับเคลื่อนที่รุนแรง โดยเฉพาะสมองส่วนกลาง จะมีความเร็ววงรอบที่สูง ส่งผลให้ซีรีเบลลัมและบีเทนหมุนปั่นด้วยความเร็วตามเช่นเดียวกัน การใช้มือสองข้างล๊อคเส้นสายที่หัวแม่เท้าขวา เท้าขวา ขยับซ้าย ขวาให้ชนกับเส้นขมับ ขวาและซ้าย และยกฝ่าเท้าด้านในเล็กน้อยเพื่อเร่งปฏิกิริยาน้ำในสมองให้มีความเร็ว พร้อมกับกำมือซ้ายให้ชนชั้นพลังงาน ส่วนมือขวา ใช้มือมาสัมผัสพลังที่อยู่มือซ้าย ใช้การเลื่อนให้ชนขอบกรวย ปากแตร และคลิ๊กมือหงายเล็กน้อย ให้ชนขอบปากแตร กดมือลงให้ชนขอบแนวขวางของกรวยปากแตร ทำให้เกิดความเร็วของน้ำในสมองมากขึ้น กรวยด้านบน จะสูงขึ้นเป็นเส้นสายสนามพลัง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น